69diet

“อาการสำลัก” ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ

“อาการสำลัก” ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ

“อาการสำลัก” ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ “อาการสำลัก” ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องให้ความสำคัญและจะต้องดูแลให้ดี เพราะผู้สูงอายุจะต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากวัยที่ชรามากแล้วทำให้ระบบต่างๆของร่างกายเริ่มเสื่อมถอยและทำงานแย่ลง เช่น แขนขามักจะอ่อนแรง บางครั้งมีอาการหน้ามืดในขณะที่เดิน หรือสายตาที่พร่ามัวมองไม่ค่อยเห็น เป็นต้น อีกหนึ่งอาการที่ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุก็คือ อาการสำลัก เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารควรต้องนั่งเฝ้าอยู่ด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการกลืนที่จะทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ หรือสะอึก ได้ และวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาการสำลักในผู้สูงอายุมาฝากกัน ว่าแต่จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ทำไมต้องระวังเรื่องการสำลักอาหารในผู้สูงอายุ? สาเหตุที่ต้องระวังในเรื่องของการสำลักอาหารในผู้สูงอายุก็เพราะระบบประสาทที่ควบคุมการกลืนในผู้สูงอายุลดลง รวมไปถึงอวัยวะต่างๆในร่างกายก็เสื่อมสภาพลงด้วย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น หรืออาหารสำลักนั่นเอง โดยเฉพาะในการรับประทานอาหารที่พบบ่อยมากๆ หรือในรายที่ผู้สูงอายุใส่ฟันปลอมก็ต้องระวังเช่นกัน ลักษณะของอาการสำลักในผู้สูงอายุที่เป็นอันตรายเป็นอย่างไร? เมื่อเกิดอาการสำลักในผู้สูงอายุ สิ่งที่ควรสังเกตเลยก็คือ เมื่อสำลักแล้วจะมีอาการหายใจติดขัด ผู้ป่วยจะพยายามพูดแต่ไม่มีเสียง และมีเสียงคล้ายนกหวีดขณะหายใจ นั่นคือเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นแล้ว และที่สำคัญผู้ป่วยจะหมดสติภายใน 5 นาที ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นควรรีบปฐมพยาบาลเพื่อให้เศษอาหารเหล่านั้นหลุดออกโดยเร็ว วิธีปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่เกิดอาการสำลัก โดยปกติแล้วการไอแรงๆ จะทำสิ่งที่อุดกั้นทางเดินหายใจหลุดออกมาได้ แต่สำหรับผู้สูงอายุมักจะไม่มีแรงในการไอ เพราะฉะนั้นจะต้องช่วยเหลือด้วยการยืนอยู่ด้านหลังของผู้ป่วย จากนั้นอ้อมมือมาประสานไว้ที่เหนือสะดือบริเวณหน้าท้อง แล้วกระแทกมือขึ้นตรงกระบังลมด้วยความรวดเร็ว ซึ่งจะต้องใช้แรงพอสมควร เพื่อนำเอาสิ่งที่อุดกั้นนั้นออกมา วิธีการป้องกันการสำลักในผู้สูงอายุ อาการสำลักมักเกิดขึ้นโดยกะทันหันไม่ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรเลือกประเภทอาหารที่มีความอ่อนนิ่มให้กับผู้สูงอายุรับประทาน ควรดูแลสุขภาพเหงือกและฟันอยู่เสมอ ในรายที่มีปัญหาเรื่องของการกลืนอาหารควรพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา หรือเข้าฝึกการกลืนอาหารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในรายที่ใส่ฟันปลอมต้องระวังเรื่องการสวมใส่ฟันปลอมต้องติดแน่นไม่หลุดง่าย …

“อาการสำลัก” ต้องระวังอย่างมากในผู้สูงอายุ Read More »

รู้หรือไม่!! เปลือกส้มก็มีประโยชน์

รู้หรือไม่!! เปลือกส้มก็มีประโยชน์

รู้หรือไม่!! เปลือกส้มก็มีประโยชน์ รู้หรือไม่!! เปลือกส้มก็มีประโยชน์ ส้ม เป็นผลไม้ที่บ้านเรานิยมปลูกและนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง มีรสชาติอร่อย สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ในส่วนของราคาก็ไม่แพงเกินไป หลายคนจึงนิยมเลือกซื้อส้มมารับประทานเป็นผลไม้หลักหลังทานข้าวเสร็จ การรับประทานส้มเป็นประจำจะช่วยทำให้คุณห่างไกลโรคหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากเนื้อส้มหรือน้ำส้มที่มีประโยชน์แล้ว เปลือกส้ม ก็มีประโยชน์เช่นกัน โดยปกติแล้วเราจะปลอกเปลือกส้มออกก่อนแล้วรับประทานเนื้อข้างใน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเปลือกส้มก็มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเช่นกัน  ไปดูกันซิว่าเปลือกส้มนั้นมีประโยชน์ที่น่าสนใจอะไรบ้าง ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ ส้มมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องของช่วยลดความเครียด ลดความวิตกกังวล การดื่มน้ำส้ม หรือได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสบายผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น วิธีง่ายๆเลยก็คือ นำเอาเปลือกส้มมาคั้นให้มีน้ำมันหอมระเหยออกมา จากนั้นก็นำมาสูดดมได้เลย ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้ เนื่องจากในส้มนั้นเต็มไปด้วยวิตามินซีและในเปลือกส้มมีแคลเซียมสูงมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้นั่นเอง ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ในน้ำมันหอมระเหยจะมีกลิ่นซิตรัสที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบาย รู้สึกปลอดโปร่ง ทำให้นอนหลับง่ายขึ้นกว่าเดิม ช่วยบำรุงสายตาได้ดี เพราะในเปลือกส้มมีเบต้าแคโรทีน และมีวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น การรับประทานเปลือกส้มจะช่วยทำให้ระบบการมองเห็นของคุณทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม ช่วยรักษาสิวอักเสบได้ดี เพราะมีสารที่ชื่อว่า ซิตรัส  เจอรานิออล และไลนาโลออล ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้ มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด ซึ่งวิธีทำก็ง่ายๆ เพียงแค่นำเปลือกส้มล้างสะอาด จากนั้นนำไปบดให้ละเอียดผสมกับน้ำอุ่นแล้วนำมาพอกทิ้งไว้ที่สิวอักเสบ หรือบริเวณที่เป็นสิวผด ประมาณ 20 นาที …

รู้หรือไม่!! เปลือกส้มก็มีประโยชน์ Read More »

ไส้เลื่อน

“โรคไส้เลื่อน” หญิงหรือชายก็เป็นได้

“โรคไส้เลื่อน” หญิงหรือชายก็เป็นได้ โรคไส้เลื่อน” หญิงหรือชายก็เป็นได้ อาการเจ็บป่วยในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่สุขภาพของแต่ละคน บางคนที่มีร่างกายแข็งแรง เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็จะเป็นไม่มาก และสามารถหายได้อย่างรวดเร็ว แต่ในรายที่มีร่างกายอ่อนแอก็จะเป็นหนัก และรักษาให้หายได้ยาก บางครั้งมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆตามมาอีกด้วย เพราะฉะนั้นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ คือสิ่งที่คุณควรทำอย่างยิ่ง และถ้าพูดถึงอาการไส้เลื่อน หลายคนมักจะคิดว่าเกิดขึ้นได้เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ไส้เลื่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงเช่นกัน แต่ว่าจะมีความแตกต่างกันออกไป ว่าแต่จะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจกันบ้างนั้นไปดูกันเลย โรคไส้เลื่อน เกิดจากอะไร? โรคไส้เลื่อน เกิดจากความผิดปกติของผนังช่องท้องที่มีความอ่อนแรงมาตั้งแต่กำเนิด หรือผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดที่ทำให้บริเวณของผนังหน้าท้องบริเวณนั้นเกิดความอ่อนแอ หรือในบางครั้งเกิดจากแรงดันที่ผิดปกติในบริเวณหนังหน้าท้องที่มีความรุนแรง เช่น ไอ จาม ยกของหนัก ส่งผลให้ลำไส้หรือไขมันที่อยู่ในบริเวณนั้นเคลื่อนที่ไปอยู่ผิดตำแหน่ง อาการของโรคไส้เลื่อน โดยปกติแล้วโรคไส้เลื่อนจะไม่มีอาการอะไรที่ชัดเจนมากนัก แต่ต้องอาศัยการสังเกตจากลักษณะภายนอกที่จะช่วยทำให้เห็นอาการชัดขึ้น นั่นก็คือ มีก้อนที่มีลักษณะตุงและนูนยื่นออกมาจากบริเวณที่เคยผ่าตัด หรือที่บริเวณขาหนีบ เมื่อพบกับก้อนลักษณะดังกล่าวแต่ไม่รีบรักษาก็จะเริ่มมีอาการคือ อาการจุก และเริ่มมีอาการเจ็บที่บริเวณก้อนดังกล่าวและถ้าหากอาการรุนแรงถึงขั้นรู้สึกแน่นท้อง และปวดแสบปวดร้อน อาการเช่นนี้อันตรายต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน ไส้เลื่อนเกิดขึ้นที่บริเวณใดบ้างในร่างกาย โดยปกติแล้วไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนในร่างกาย เช่น ไส้เลื่อนที่บริเวณสะดือ จะพบก้อนนูนที่บริเวณสะดือ หรือหน้าท้อง นอกจากนี้ยังมีไส้เลื่อนที่บริเวณขาหนีบทั้งซ้ายและขวา หรือที่บริเวณถุงอัณฑะ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของผนังช่องท้องตั้งแต่เกิดนั่นเอง และแน่นอนว่าไส้เลื่อนที่บริเวณขาหนีบเป็นส่วนที่พบบ่อยที่สุด จึงเป็นสาเหตุทำให้เราเข้าใจว่าอาการไส้เลื่อนเกิดขึ้นเฉพาะในผู้ชาย โรคไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงหรือไม่? ความจริงแล้วในผู้หญิงก็มีโอกาสที่จะเป็นไส้เลื่อนได้เช่นกัน …

“โรคไส้เลื่อน” หญิงหรือชายก็เป็นได้ Read More »

งูสวัด

ทำความรู้จัก!! โรคงูสวัด เป็นแล้วสามารถเป็นได้อีก

ทำความรู้จัก!! โรคงูสวัด เป็นแล้วสามารถเป็นได้อีก ทำความรู้จัก!! โรคงูสวัด เป็นแล้วสามารถเป็นได้อีก การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ คือสิ่งที่เราควรทำ เพราะถ้าหากเราปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ในรายที่โชคดีก็จะเป็นโรคธรรมดา เช่น ไข้หวัด ไอ จาม มีน้ำมูกเล็กน้อย แต่ในรายที่โชคร้ายไม่เคยดูแลสุขภาพของตัวเองเลยก็อาจจะเจอกับโรคร้ายแรงที่เข้ามาเยือนโดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัว และวันนี้เราก็ได้นำเอาอีกหนึ่งโรคที่ควรรู้จัก และมันมักจะหลบอยู่ตามปมประสาท รอวันกลับมาแสดงอาการอีกครั้งเมื่อร่างกายของคุณอ่อนแอ นั่นก็คือ โรคงูสวัด ว่าแต่จะรายละเอียดอะไรบ้างที่น่าสนใจไปดูกันเลยจ้า โรคงูสวัด คืออะไร? โรคงูสวัด เกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกันกับอีสุกอีใส ซึ่งเมื่อเป็นแล้วไวรัสจะหลบอยู่ตามปมประสาทในร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอก็จะแสดงอาการออกมาอีกครั้ง อาการของโรคงูสวัด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย และยังมีอาการปวดแสบปวดร้อนตามบริเวณที่กำลังจะมีผื่นขึ้นอีกด้วย นั่นก็เพราะเส้นประสาทที่อยู่บริเวณนั้นเกิดการอักเสบนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามในระยะนี้จะยังไม่สามารถยอกได้ชัดเจนว่าเป็นโรคงูสวัด ในผู้ป่วยบางคนจะมีอาการเจ็บ เสียวแปลบๆตามผิวหนัง มีอาการปวดศีรษะคล้ายปวดไมเกรน ปวดเส้นประสาทตา เป็นต้น ระยะที่สอง ในระยะนี้จะมีอาการเป็นตุ่มแดงขึ้น จากนั้นจะเริ่มกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส ระยะที่สาม ในระยะนี้จะเป็นการเรียงตัวกันของผื่นตามเส้นประสาท โดยส่วนใหญ่จะขึ้นที่บริเวณลำตัวข้างใดข้างหนึ่ง หรือบนใบหน้าข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งในรายที่มีภูมิคุ้มกันปกติจะขึ้นเพียงข้างเดียวเท่านั้น การติดต่อของโรคงูสวัด คุณรู้หรือไม่ว่า การติดต่อของโรคงูสวัดนั้นสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการหายใจ และการสัมผัสกับตุ่มน้ำได้โดยตรง …

ทำความรู้จัก!! โรคงูสวัด เป็นแล้วสามารถเป็นได้อีก Read More »

ลูกเกด

ตามไปดูประโยชน์ของ “ลูกเกด” รู้แล้วควรทาน

ตามไปดูประโยชน์ของ “ลูกเกด” รู้แล้วควรทาน ตามไปดูประโยชน์ของ “ลูกเกด” รู้แล้วควรทาน อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นสิ่งที่คุณควรหามารับประทาน เพราะร่างกายของคนเราต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเข้าไปซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอภายใน และช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ แล้วยังมีอาหารรูปแบบอื่นๆอีกมากมายที่จะทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้น ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งอาหารว่างที่น่าสนใจมาแนะนำกันนั่นก็คือ ลูกเกด ถือว่าเป็นอาหารว่างที่หลายคนรู้จักและนิยมรับประทานกันไม่น้อย เราไปดูกันซิว่าลูกเกดมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร และควรรับประทานอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เกิดโทษกับร่างกาย มีไฟเบอร์สูง คุณรู้หรือไม่ว่าในลูกเกดเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่จะช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายของคุณนั้นมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กระบวนการย่อยในร่างกายยังทำงานปกติดีอีกด้วย ลูกเกดจึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี ธาตุเหล็ก การรับประทานลูกเกดอย่างต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กในปริมาณหนึ่งที่ร่างกายต้องการ จึงมีประโยชนต่อร่างกายไม่น้อย และที่สำคัญลูกเกดยังมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบกินลูกเกดอยากให้ลองหันมารับประทานลูกเกดดู เพราะมันมีประโยชน์อย่างมาก แคลเซียม คุณรู้หรือว่าในลูกเกดนั้นมีแคลเซียมอยู่ด้วย การรับประทานลูกเกดจะช่วยทำให้คุณบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง โดยเฉพาะในหญิงวัยหมดประจำเดือนการรับประทานลูกเกดจะช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี สารต้านอนุมูลอิสระ มีหน้าที่ปกป้องเซลล์ต่างๆ ของร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเราจะพบสารต้านอนุมูลอิสระตามผักและผลไม้ทั่วไปอยู่แล้ว แต่ในลูกเกดก็มีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน นอกจากนี้แล้วลูกเกดยังช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย ดีต่อสุขภาพช่องปาก เพราะลูกเกดช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดฟันผุและปัญหาในช่องปากต่างๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน นั่นก็เพราะการรับประทานลูกเกดจะช่วยลดระดับอินซูลินในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ไม่พุ่งสูงเกินไปนั่นเอง ถือว่าเป็นอาหารสุขภาพอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ข้อควรระวังในการรับประทานลูกเกด จะต้องระมัดระวังสักหน่อย เพรามีรสชาติหวานการรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้นได้นั่นเอง นอกจากนี้ในรายที่มีอาการแพ้ก็จะต้องระมัดระวังเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าแพ้ก็ไม่ควรรับประทาน เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยชน์ของลูกเกดที่เรานำมาฝากกัน …

ตามไปดูประโยชน์ของ “ลูกเกด” รู้แล้วควรทาน Read More »

ปวดสะโพก

“ปวดสะโพก” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ควรมองข้าม

“ปวดสะโพก” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ควรมองข้าม “ปวดสะโพก” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ควรมองข้าม อาการเจ็บปวดเกิดขึ้นได้เสมอไม่เว้นช่วงเวลา แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเจ็บป่วย เพราะมันไม่ใช่เรื่องสนุกเอาเสียเลย ที่แย่ไปกว่านั้นอาการเจ็บป่วยบางอย่างส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันอย่างมากเลยทีเดียว และอีกหนึ่งอาการที่น่าสงสัยและไม่ควรปล่อยไว้นั่นก็คือ อาการปวดสะโพก หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นแค่อาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันอาจมีอะไรแอบแฝงอยู่ก็เป็นได้ วันนี้เราจึงหยิบเอาข้อมูลที่น่าสนใจของอาการปวดสะโพกมาฝากกัน ไปดูกันเลยว่ามีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง อาการปวดสะโพกเกิดจากอะไร? อาการปวดสะโพกเกิดจากความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือ ข้อต่อสะโพก ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย แต่นอกจากนี้แล้วอาการปวดสะโพกยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกด้วย เช่น เอ็นอักเสบ สะโพกฉีก ข้อต่อบวมอักเสบ  โรคข้ออักเสบหลายๆอย่าง เป็นต้น ปวดสะโพกอันตรายหรือไม่ ? อาการปวดสะโพกแบบธรรมดาไม่อันตรายหรือน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด โดยปกติแล้วก็สามารถรักษาได้เองตามอาการ แต่ถ้าหากมีอาการปวดสะโพก เพราะเป็นโรคไขข้อ เส้นเอ็นอักเสบ สะโพกฉีก แบบนี้อันตรายจะต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาหาวิธีการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปวดสะโพกมีวิธีบรรเทาอาการด้วยตนเองได้อย่างไร ? พยายามหลีกเลี่ยงการงอ ในการเคลื่อนไหวผู้ป่วยจะต้องพยายามเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดการงอ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น ไม่ควรนอนหงาย แต่ควรนอนตะแคงมากกว่า เพื่อลดการกดทับที่สะโพกนั่นเอง รับประทานยาแก้ปวดตามอาการ สามารถรับประทานยาแก้ปวดบางชนิดได้ เพื่อบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น เช่น ไอบูโพรเฟน ,อะเซตามีโนเฟน  หรือจะเป็นการประคบร้อน หรือประคบเย็นก็สามารถทำได้ …

“ปวดสะโพก” ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ควรมองข้าม Read More »

เลิกเหล้า

เลิกเหล้า เราทำได้!! วิธีง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี

เลิกเหล้า เราทำได้!! วิธีง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี เลิกเหล้า เราทำได้!! วิธีง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายใครๆก็รู้ แต่ทำไมหลายคนยังนิยมและชอบที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่เป็นประจำ ในบางคนมักจะอ้างว่าเป็นเพราะการเข้าสังคม แต่ก็มีความจริงอยู่บ้าง แต่ก็ควรดื่มแต่พอสมควรไม่ควรดื่มเป็นประจำหรือดื่มในปริมาณที่มากเกินไป เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและระบบประสาทและสมอง หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความต้องการอยากจะเลิกเหล้า หรือเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วละก็ วันนี้เราก็มีวิธีที่จะช่วยทำให้ฝันเป็นจริงมาแนะนำกัน ไปดูกันซิว่า วิธีการเลิกเหล้านั้นสามารถทำได้อย่างไรกันบ้าง ไปดูกันเลย ตั้งเป้าหมาย หากคุณมีความต้องการที่จะเลิกเหล้าอย่างแท้จริงสิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ การตั้งเป้าหมาย โดยเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ และทำมันให้สำเร็จ โดยอาจจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมายเป็นรายวัน ว่าวันนี้จะดื่มเท่าไหร่ แล้วค่อยๆ ขยับไปเป็นรายสัปดาห์ นับทุกครั้งที่ดื่ม จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณรู้ว่าวันนี้คุณดื่มไปปริมาณเท่าไหร่แล้วเลยกำหนดที่คุณตั้งเป้าหมายเอาไว้หรือยัง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติคุณได้อีกทางหนึ่ง รับประทานอาหารพร้อมดื่มไปด้วย วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณอยากดื่มน้อยลง เพราะเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปก็จะรู้สึกอิ่มมากขึ้น ทำให้ดื่มได้น้อยลงกว่าเดิม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีลดการดื่มที่ดีแถมยังอิ่มท้องอีกด้วย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ทำให้ต้องดื่ม หากคุณรู้ดีว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่จะทำให้คุณต้องดื่มแอลกอฮอล์ควรจะหาทางหลีกเลี่ยงไม่ไปยังสถานที่นั้นๆ จะดีที่สุด เพราะคุณจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจที่จะปฏิเสธการดื่มกับคนรู้จัก หากิจกรรมอื่นๆทำ กิจกรรมอื่นจะช่วยทำให้คุณไม่อยากดื่มได้ โดยอาจจะเลือกกิจกรรมที่คุณชอบก็ได้ เช่น ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ พาครอบครัวไปเที่ยว เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยลดความอยากดื่มให้น้อยลงได้ และไม่ทำให้คุณคิดถึงการดื่มมากนัก ตอบปฏิเสธบ้าง เข้าใจว่าคนที่เคยอยู่ในสังคมคนดื่มมาก่อนก็จะต้องมีเพื่อนที่ชอบดื่มอยู่เป็นธรรมดา และเมื่อเจอหน้ากันก็มักจะช่วยกันมาดื่มเป็นประจำ …

เลิกเหล้า เราทำได้!! วิธีง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี Read More »

คนเราส่วนใหญ่จะต้องรู้จักกับอาการสะอึกอยู่แล้ว

แก้ได้!! จบปัญหาอาการ “สะอึก” แบบอยู่หมัด

แก้ได้!! จบปัญหาอาการ “สะอึก” แบบอยู่หมัด แก้ได้!! จบปัญหาอาการ “สะอึก” แบบอยู่หมัด คนเราส่วนใหญ่จะต้องรู้จักกับอาการสะอึกอยู่แล้ว ซึ่งอาหารที่ว่านี้ไม่ได้ส่งผลอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย แต่ว่าจะสร้างความรำคาญใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดอาการสะอึกในช่วงเวลาสำคัญ เช่น ประชุม เจรจาธุรกิจ ติดต่อธุระสำคัญ เป็นต้น ซึ่งอาการสะอึกจะทำให้งานของคุณไม่ราบรื่นโดยที่คุณไม่สามารถกำหนดได้ แน่นอนว่ามันจะตามมาซึ่งอารมณ์หงุดหงิดพร้อมกับคำถามว่าเมื่อไหร่จะหยุดสะอึกเสียที? และวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งข้อมูลที่มีความน่าสนใจอย่างมาก นั่นก็คือ วิธีการแกปัญหาอาการ “สะอึก” แบบอยู่หมัด จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย กดจุดหยุดได้ อีกหนึ่งวิธีแก้อาการสะอึกก็คือ วิธีการกจุด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างชัดเจน ใครที่ไม่เคยลองวิธีนี้ก็สามารถที่จะลองทำตามดูได้เลย ด้วยการใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้กดเข้าที่บริเวณเนินเนื้อใต้นิ้วโป้ง หรือจะเป็นการกดที่เหนือรอยหยักริมฝีปากบนก็ช่วยได้ ซึ่งวิธีการกดจดเช่นนี้จะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของระบบประสาท ทำให้ไม่สนใจอาการสะอึกแล้วจะหยุดไปเอง กลั้นหายใจ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานและใช้กันมานานมากๆแล้ว สำหรับบางคนก็ใช่ได้ผล แต่สำหรับบางคนไม่ได้ผล ซึ่งอาการสะอึกเกิดจากกะบังลมเกิดการหดตัวอย่างกะทันหัน ทำให้การหายใจผิดปกติ เมื่อมีการกลั้นหายใจจะทำให้กะบังลมคลายตัว และมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ซึ่งวิธีกลั้นหายใจนี้ควรกลั้นไว้ประมาณ 10 วินาที สามารถทำซ้ำได้หากทำครั้งแรกแล้วยังไม่หาย จิบน้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธี โดยให้คุณกลั้นหายใจแล้วค่อยๆจิบน้ำเย็น โดยกลั้นหายใจและจิบน้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกลั้นไม่ไหว กลืนน้ำลายช่วยได้ หากไม่สะดวกจิบน้ำ คุณสามารถกลืนน้ำลายได้ …

แก้ได้!! จบปัญหาอาการ “สะอึก” แบบอยู่หมัด Read More »

กล้วยหอม เป็นอีกหนึ่งผลไม้เมืองไทย

“กล้วยหอม” มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรไปดูกัน

“ กล้วยหอม ” มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรไปดูกัน “กล้วยหอม”-มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรไปดูกัน กล้วยหอม เป็นอีกหนึ่งผลไม้เมืองไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนถึงขั้นมีการส่งออกต่างประเทศเลยก็ว่าได้ ซึ่งกล้วยหอมเป็นผลไม้ที่ช่วยแก้หิวได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญในกล้วยหอมมีสารอาหารและ ประโยชน์ ต่างๆมากมาย จนบางครั้งเราคาดไม่ถึงเลยก็ได้ สำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานกล้วยหอม วันนี้เรามีประโยชน์ที่น่าสนใจของกล้วยหอมที่จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนใจหันมาลองกินกล้วยหอมมาแนะนำกัน ว่าแต่จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลยจ้า เติมความสดชื่นให้คุณ คุณรู้หรือไม่ว่ากล้วยหอมมีน้ำตาล 3 ชนิดที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที นั่นก็คือ น้ำตาลซูโครส ฟรักโตส และกลูโคส ซึ่งน้ำตาล 3 ชนิดนี้จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด หากคุณออกกำลังกายหนักๆมาการรับประทานกล้วยหอมสักลูกก็จะช่วยทำให้คุณสดชื่นขึ้นมาได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย คลายเครียด การรับประทานกล้วยหอมนั้นดี เพราะในกล้วยหอมมีกรดอะมิโนประเภททริปโตเฟน ที่จะช่วยกระตุ้นเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกผ่อนคลาย คลายเครียด ใครที่กำลังเครียดหรือมีความวิตกกังวลละก็สามารถรับประทานกล้วยหอมสักลูกก็จะช่วยทำให้ความเครียดบรรเทาลงไปได้ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ เนื่องจากในกล้วยหอมมีกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารสำคัญที่ช่วยในการสร้างเซโรโทนิน ที่จะช่วยทำให้ร่างกายหลับง่ายขึ้น หลับสบายมากขึ้น ซึ่งใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย สามารถกินกล้วยหอมช่วยได้ ใครท้องผูกต้องจัดด่วน เพราะในกล้วยหอมเต็มไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ แน่นอนว่ามันช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกอยู่บ่อยๆ สำหรับใครที่ท้องผูกบ่อยก็สามารถหากินกล้วยหอมได้เลย ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย กล้วยหอมมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เต็มไปด้วย วิตามิน B1 …

“กล้วยหอม” มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรไปดูกัน Read More »

มีประโยชน์!! กินผลไม้ตอนเช้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

มีประโยชน์!! กินผลไม้ตอนเช้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

มีประโยชน์!! กินผลไม้ตอนเช้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด มีประโยชน์ กินผลไม้ตอนเช้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ผลไม้เป็นอีกหนึ่งแหล่งสารอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ ต่างๆมากมาย ผลไม้ในเมืองไทยบ้านเรามีหลากหลายให้เลือกกินโดยไม่รู้จักเบื่อ แต่การรับประทานผลไม้ที่ดีที่สุดก็คือรับประทานตามฤดูกาลจะดีที่สุด เพราะจะมีโอกาสน้อยที่จะเจอผลไม้ที่ใส่สารเคมี เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลอยู่แล้วนั่นเอง นอกจากการรับประทานอาหารที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว ผลไม้ก็สำคัญอย่างมากและไม่ควรที่จะลืมรับประทานเด็ดขาด ซึ่งสิ่งที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ก็คือ ประโยชน์ต่อสุขภาพถ้าหากรับประทานผลไม้ยามเช้า ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยจ้า เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย ในช่วงเช้าของวันหากร่างกายได้รับผลไม้อร่อยๆ เช่น ส้ม แอปเปิ้ล กล้วย เป็นต้น ก็จะทำให้วันทั้งวันของคุณนั้นสดชื่นอยู่เสมอ เพราะในผลไม้เหล่านี้เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และน้ำตาลที่ย่อยช้านั่นเอง ช่วยกระตุ้นระบบการขับถ่ายได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง มีอาการอย่างต่อเนื่อง และรักษาไม่หาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับประทานผลไม้ในตอนเช้า เพราะผลไม้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย เนื่องจากในผลไม้นั้นกากใยสูงนั่นเอง มีปริมาณเอนไซม์สูง ซึ่งในผลไม้จะน้ำย่อยที่เป็นธรรมชาติ ที่มีหน้าที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถย่อยอาหารได้เองตามธรรมชาติ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าในผลไม้ที่เอนไซม์ในผลไม้มากกว่าผักเสียอีก แถมเอนไซม์ยังมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหารได้ดีอีกด้วย แต่ก็ไม่ควรรับประทานผลไม้อย่างเดียวควรรับประทานควบคู่กับผัก และอาหารรูปแบบอื่นด้วยจะดีที่สุด ร่างกายของเรามีความต้องการกลูโคสอย่างมาก ซึ่งกลูโคสจะทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สดใส ซึ่งแหล่งกลูโคสที่ได้จากธรรมชาติที่น่าสนใจก็คือ กลูโคสในผลไม้นั่นเอง เมื่อช่วงเช้าคุณรับประทานผลไม้แล้วคุณจะรับรู้ได้ทันทีว่าความสดชื่นมันเป็นอย่างไร นอกจากนี้แล้วการรับประทานผลไม้ตอนเช้าจะช่วยทำให้ มีสมาธิช่วยชะลอระดับน้ำตาลที่อยู่ในเลือด และช่วยทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย ช่วยลดความเครียดให้เบาลง การกินผลไม้ตอนเช้าจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ไม่กังวล …

มีประโยชน์!! กินผลไม้ตอนเช้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด Read More »