69diet

เมนูของว่างเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

เมนูของว่างเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

เมนูของว่างเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ เมนูของว่างเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ คุณอาจสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะลดน้ำหนักโดยที่ไม่ต้องงดของว่าง ไม่ต้องกินขนมเลย หากคุณเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ที่มีโปรตีนและสารอาหารครบถ้วน ของว่างอาจเป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนัก บางอย่าง หรือ บางเมนู ยังช่วยให้คุณอิ่มตลอดทั้งวัน และ จำกัด ความอยากอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้อีกด้วย ถั่ว ถั่ว เป็นอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหัวใจ และอาจช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด ภาวะซึมเศร้าและความเจ็บป่วยอื่น ๆ ได้ (แหล่งที่เชื่อถือได้) แม้จะมีไขมันค่อนข้างสูง แต่ก็มีการเติมมาก งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการรับประทานถั่วในปริมาณที่พอเหมาะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ถั่วให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของไขมัน โปรตีน และไฟเบอร์ ที่ดีต่อสุขภาพ มีแคลอรี่ 180 แคลอรี่ ต่อการให้การกินถั่วประมาณ 28 กรัม เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องทำความเย็นจึงเหมาะสำหรับการพกพาไปทุกที่ ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Just B Deisy (@just_b_deisy) กรีกโยเกิร์ต และ ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ กรีกโยเกิร์ต และ ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ เป็นของว่างแสนอร่อย ที่อุดมด้วยสารอาหาร นอกเหนือจากการเป็นแหล่งแคลเซียมและโพแทสเซียมที่ดี กรีกโยเกิร์ตยังมีโปรตีนสูง …

เมนูของว่างเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ Read More »

ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ด้วยวิธีการกินคีโตเจนิคไดเอท

ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ด้วยวิธีการกินคีโตเจนิคไดเอท ไม่เชื่อมาดู!

ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ด้วยวิธีการกินคีโตเจนิคไดเอท ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ด้วยวิธีการกินคีโตเจนิคไดเอท มองหาวิธีการลดน้ำหนักกันอยู่หรือเปล่า ? บอกเลยว่าวันนี้เราสาระดี ๆ ของการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิคไดเอทมาฝากกันค่า เป็นการทานไขมันเท่าไหร่ น้ำหนักก็ยิ่งลด งงกันใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า ไปทำความรู้จักกับสูตรนี้กันเลยค่า อาหารคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) การทานอาหารแบบคีโต จึงเป็นการกินแบบอาหารที่มีไขมันสูง โปรตีนปานกลางถึงขั้นต่ำ คาร์โบไฮเดรตหรือคาร์บต่ำมาก เรียกง่าย ๆ ว่าวันหนึ่ง เราจะต้องทานแต่ของที่มันเยอะมาก แล้วแทนที่ด้วยไขมันทั้งจากพืชและสัตว์แทน กินไขมัน ช่วยลดน้ำหนักยังไง การกินไขมันเยอะ จะเบิร์นไขมันออกยังไง หลายคนอาจจะสงสัย คำตอบก็คือ เมื่อเราเริ่มลดปริมาณแป้งหรือน้ำตาล และคาร์บลงให้น้อยมาก ๆ ทำให้ภายในร่างกายของเราเกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้น ก็คือ “กลัวตาย” เนื่องจากปกติร่างกายจะนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่ได้จากน้ำตาล มาใช้เป็นพลังงาน แต่เมื่อเราทานน้อยลง ร่างกายจึงต้องนำไขมัน หรือแหล่งพลังงานใหม่มาทดแทนนั่นเอง ดังนั้นการทานลักษณะนี้ จะเรียกว่า สภาวะการเผาผลาญ “คีโตสิส” คือเกิดสารที่เรียกว่า คีโตน ในตับ และนำเอาพลังงานจากตรงนี้มาใช้เป็นพลังงาน หลังจากที่เริ่มทานคีโตได้หลายวัน สิ่งที่ตามมาคือ สมองและร่างกายช้า …

ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว ด้วยวิธีการกินคีโตเจนิคไดเอท ไม่เชื่อมาดู! Read More »

ลดน้ำหนักฉบับคีโตเจนิคไดเอท

ลดน้ำหนักฉบับคีโตเจนิคไดเอท ที่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนจะเริ่มทาน!

ลดน้ำหนักฉบับคีโตเจนิคไดเอท ที่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนจะเริ่มทาน! ลดน้ำหนักฉบับคีโตเจนิคไดเอท สำหรับช่วงนี้ การลดน้ำหนักแบบคีโตไดเอทกำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งก็ทำให้หลาย ๆ คนสนใจการทานคีโตเป็นพิเศษ แต่ว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของคีโตเลยค่ะ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่สำคัญสำหรับมือใหม่ ที่ต้องการทานคีโต เพื่อลดน้ำหนักมาฝาก ตามมาดูกันเลยค่ะ  คีโตเจนิคไดเอท คืออะไร คีโตเจนิคไดเอท หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า “คีโต” เป็นการลดหนักรูปแบบหนึ่ง โดยหลักการของคีโตก็คือ การทานไขมัน เพื่อไปช่วยสลายไขมันค่ะ เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเข้าใจแล้วว่าเราจำเป็นต้องทานไขมันเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะพามาดูสัดส่วนของอาหารที่เราจะต้องทานเวลาทำคีโตกันนะคะ โดยจะแบ่งเป็น 3 หมวด คือ 1.ไขมัน 2.โปรตีน 3. คาร์โบไฮเดรต หรือคาร์บ ซึ่งจะทานไขมัน 75% โปรตีน 20% คาร์บ 5% รวมกันก็จะได้ 100% พอดีค่ะ แต่เพื่อน ๆ ก็มักจะเกิดข้อสงสัยว่า จะรู้ได้อย่างไร ว่าในแต่ละวันเราทานกันกี่เปอร์เซ็นต์ ? …

ลดน้ำหนักฉบับคีโตเจนิคไดเอท ที่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนจะเริ่มทาน! Read More »

ดีท็อกซ์ร่างกายอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ดีท็อกซ์ร่างกายอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ดีท็อกซ์ร่างกายอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ             หากคุณคิดว่าการดื่มน้ำผักผลไม้ 7 วัน จะช่วยดีท็อกซ์และทำความสะอาดร่างกายได้อย่างรวดเร็วข้อนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ทว่าหลายคนก็มักคิดว่าวิธีการนี้อาจไม่ได้ผลนัก จึงหันไปให้ความสำคัญกับการมองหาคอร์สสำหรับการดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกายซึ่งมีราคาแพง แต่ความจริงแล้วร่างกายของเรามีระบบล้างสารพิษด้วยตัวเองอยู่แล้ว             Rudolph Bedford ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารกล่าวว่า ร่างกายมีหลายวิธีในการดีท็อกซ์ด้วยตัวเอง เช่น การขับสารพิษด้วยตับ การเผาผลาญและขับของเสียด้วยไต หรือแม้แต่ผิวหนังและปอดก็ล้วนแต่มีระบบในการกำจัดสารพิษ หลายต่อหลายคนมีความเชื่อว่าการซื้อคอร์สดีท็อกซ์ราคาสูงย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ซึ่งความจริงแล้วไม่เสมอไป             เนื่องจากคอร์สดีท็อกซ์เหล่านั้นมักทำการสวนล้างสารพิษออกจากร่างกายผ่านทางทวารหนัก ซึ่งเป็นการดีท็อกซ์ระยะสั้น ในบางกรณีอาจมีการจำกัดรูปแบบการกิน ลดแคลอรี่ในร่างกาย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายหนัก ดังนั้น หากอยากจะดีท็อกซ์ร่างกายจึงสามารถเริ่มต้นได้ดังนี้ ให้ความสำคัญกับการกินอาหาร อาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว เมล็ดธัญพืช และโปรไบโอติก ช่วยให้ลำไส้และตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำกัดปริมาณน้ำตาลและอาหารแปรรูป อาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารต่ำ อีกทั้งบางชนิดมีปริมาณน้ำตาลสูงส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น วิธีการทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่คือ ต้องทำให้ร่างกายเผาผลาญสิ่งต่าง ๆ ออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้อาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปอาจเชื่อมโยงกับโรคไขมันพอกตับ ทำให้ร่างกายเผาผลาญสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งขับสารพิษออกไปจากร่างกายได้ยาก อาหารต้านอนุมูลอิสระ อาหารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันหรือชะลอการทำลายของเซลล์บางประเภททำให้สุขภาพโดยรวมดี ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารต้านอนุมูลอิสระเพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่อนุมูลอิสระได้ก่อเอาไว้ …

ดีท็อกซ์ร่างกายอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ Read More »

มีประโยชน์!! คำแนะนำและแนวทาง ของผู้ที่ต้องการลดการทานเค็ม

มีประโยชน์!! คำแนะนำและแนวทาง ของผู้ที่ต้องการลดการทานเค็ม มีประโยชน์!! คำแนะนำและแนวทาง ของผู้ที่ต้องการลดการทานเค็ม อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานกันอยู่ในทุกๆ วัน เพราะร่างกายของเราจะต้องรับสารอาหารจากบรรดาอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และถ้าหาเราเลือกที่จะรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ แน่นอนว่าร่างกายของเราก็จะได้รับสารอาหารที่ดี ที่จะนำเอาไปบำรุงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายได้อย่างเต็มที่ แต่ในทางกลับกันถ้าหากว่าเรารับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อร่างกาย ก็จะทำให้ร่างกายของเราได้รับผลเสียทางสุขภาพ จนบางครั้งเป็นผลเสียที่เกิดจากการสะสมเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาภายหลังได้ วันนี้เราจึงนำเอาอีกหนึ่งเรื่องราวสุขภาพน่ารู้เกี่ยวกับอันตรายจากการรับประทานอาหารรสเค็มมาฝากกัน ลองไปรายละเอียดกันสิว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง เรียนรู้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากยังทานเค็มต่อไปเรื่อย ๆ การทานรสเค็มนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยผู้ที่ทานเค็มจัดอาจจะชินและไม่ทราบว่ารสชาติที่ทานอยุ่ทุกวันมีความเค็มมากกว่าปกติ หรือคนที่ทราบอยู่แล้วและตั้งใจทานเพราะความชอบ คนเหล่านี้หากจะพยายามลดการทานเค็มลงวันนี้เรามีแนวทางปฏิบัติมาให้ลองนำไปใช้กันแต่สำหรับคนที่ยังยืนยันจะทานเค็มนั้น คงต้องบอกว่าในระยะยาวจะทำให้สุขภาพมีปัญหาได้ เช่น ทำให้ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงโรคต่าง ๆ อย่าง ความดันสูง โรคไต โรคมะเร็งกระเพาะ โรคหัวใจ หรือแม้แต่อาการที่อาจจะขึ้นในระยะสั้น ๆ อย่างการบวมน้ำ  แนวทางการปฏิบัติเพื่อลดการทานเค็ม โดยตามหลักโภชนาการแล้วได้มีการกำหนดปริมาณที่เหมาะสมของการได้รับเกลือในแต่ละวันไว้ เพื่อให้ปรุงรสอย่างเหมาะสม และหากต้องลดและจำกัดความเค็มสามารถทำได้โดย อ่านฉลากโภชนาการผู้ปริมาณส่วนประกอบทุกครั้ง เลี่ยงการทานอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารที่มีการแปรรูป เพราะมักจะเพิ่มเกลือลงไปเพื่อให้อาหารอยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้อาหารประเภทขนมขบเคี้ยวก็มักจะมีปริมาณเกลือมากเกินความจำเป็นด้วย หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการทานขนม เปลี่ยนรูปแบบมาทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ  หรือผักต้ม มันต้มแทนอาหารที่มีเกลือมาก ๆ หากเลือกได้การทำอาหารด้วยตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดเค็มเพราะจะสามารถ ควบคุมปริมาณเครื่องปรุงหรือระดับความเค็มได้ด้วยตัวเอง ในการควบคุมอาหารนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก …

มีประโยชน์!! คำแนะนำและแนวทาง ของผู้ที่ต้องการลดการทานเค็ม Read More »

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม วัยทำงาน คือ วัยที่เราจะต้องใช้สุขภาพร่างกายค่อนข้างเปลือง เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงและมีความพร้อมอยู่เสมอ เพราะถ้าหากเราใช้ร่างกายเปลือง ไม่มีการบำรุงดูแล เมื่อถึงช่วงเวลาเสื่อมโทรมของร่างกายก็จะฟื้นฟูสุขภาพให้กับมาดีเช่นเดิมได้ยาก เพราะฉะนั้นควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้เลยจะดีที่สุด สำหรับวัยทำงานเรามักจะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา บางคนต้องทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูล ก็จะต้องเจอกับแสงแดด และลม อย่างแน่นอน และเชื่อว่าหลายคนจะต้องเกิดอาการตาแห้ง จนทำให้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ซึ่งวันนี้เราก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจของอาการตาแห้งนี้มาแนะนำกัน ลองไปดูรายละเอียดกันเลย รายละเอียดเกี่ยวกับอาการ ตาแห้ง ในวัยทำงานที่ควรรู้ อาการตาแห้งคืออะไร อาการตาแห้ง คืออาการที่ทำให้ตารู้สึกระคายเคือง เมื่อมีลมพัดผ่านเบา ๆ ก็ทำให้แสบตาได้ และหากนั่งทำงานในห้องแอร์ก็มักจะรู้สึกตาแห้งอย่างชัดเจน และจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กระพริบตา โดยสัญญาณเตือนที่อาจจะบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคตาแห้ง นั่นคืออาการปวดแสบปวดร้อนที่ตา  ตาแดง น้ำตาไหลย้อย ตาฝ้าฟาง เป็นต้น อาการตาแห้งเกิดจากอะไรอาการตาแห้งเป็นอาการที่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และผู้ที่อยู่ในวัยสูงอายุ ซึ่งการตาแห้งนี้เกิดจาก การใช้สายตามากเกินไปในระยะที่ใกล้กับคอมพิวเตอร์ หรือเกิดจากผู้ใช้ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานที่มีผลทำให้ตาแห้ง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากการศัลยกรรมอีกด้วย เนื่องจากการตัดต่อมไขมันเปลือกตาไปแล้ว จึงทำให้ตามักมีอาหารแห้ง …

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม Read More »

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน “ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน เชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีรูปร่างที่ดี และหุ่นที่ดี และมันจะยิ่งดีมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเรานั้นมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆกันด้วย หลายคนอาจจะมองข้ามการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังทำในสิ่งที่ผิดอย่างมาก เพราะถ้าหากคุณปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป โดยไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพให้ดีเท่าที่ควร อาจตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่คุณคาดไม่ถึง การดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกายอย่างถูกต้องจะช่วยทำให้คุณมีรูปร่างที่ดี ไปพร้อมๆกับการมีสุขภาพที่ดีได้ คงไม่มีใครอยากมีพุงนำหน้าเวลาเดิน เพราะมันทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจในตนเอง จะสวมใส่เสื้อผ้าก็อึดอัดไม่สบายตัว เกินความกังวลกับสายตาจากคนรอบข้างว่า และวันนี้เราได้หยิบเอาวิธีการลดพุงอย่างถูกวิธีมาแนะนำกันไปดูกันเลย ข้อเสียของการมีพุง “พุง” คือส่วนเกินที่เป็นไขมันเกิดการสะสมในช่องท้องจนเกินออกมา โดยในทางการแพทย์นั้นเรียกไขมันส่วนเกินนี้ว่า Visceral Fat ซึ่งต่างจาก Subcutaneous Fat ที่หมายถึงไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้บุคลิกภาพ และรูปร่างไม่สวยงาม นอกจากรูปลักษณ์และบุคลิก ที่อาจจะทำให้เราไม่มั่นใจแล้วนั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพที่อาจทำให้ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง ส่วนหากอยากทราบว่าตัวเองมีพุงมากเกินไปรึเปล่า ในผู้ชายไม่ควรจะเกิน 90 ซม. และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือสามารถคำนวณจาการนำส่วนสูงมาหารสอง เพื่อให้ทราบสัดส่วนรอบเอวที่ไม่ควรเกินในแต่ละคนได้ ทำไมถึงลงพุง ? การลงพุงนั้นเกิดจากการทานอาหารที่มีแคลอรี่มากเกินความจำเป็น …

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน Read More »

น่ารู้!! โรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง

น่ารู้!! โรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง น่ารู้!! โรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง เชื้อโรคในทุกวันนี้บอกเลยว่ามันมีความแข็งแกร่งมากขึ้นทุกวัน และมีการพัฒนาความสามารถในการติดต่อและการทำลายอวัยวะร่างกายของคนเราอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนเราต้องรู้เท่าทันโรคภัยไข้เจ็บพวกนี้ให้มาก เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะต้องพบกับความสูญเสียที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเราจะต้องป้องกันและดูแลสุขภาพของเราให้ยังคงแข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านี้ ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาที่เชื้อโรคบางตัวมีการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ด้วยสภาพอาการที่เหมาะกับการขยายพันธุ์ ทำให้ในช่วงฤดูหนาวหลายคนมักจะเจ็บป่วยไปตามๆ กัน โดยเฉพาะในเด็กเล็กด้วยอาการที่เย็นทำให้ป่วยง่ายมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงได้นำเอาเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคระบาดประจำฤดูหนาวที่ควรระวังมาแนะนำกันไปดูรายละเอียดกันเลย เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคระบาดประจำฤดูหนาวที่ควรระวัง โดยปกติแล้วทุก ๆ และทุกช่วงจะมีโรคระบาดต่างกัน โดยในช่วงฤดูหนาวนี้ก็มีโรคระบาดที่สำคัญอยู่ไม่น้อย ที่ควรระวังเอาไว้ ได้แก่ โรคติดเชื้อไวรัส RSV จะมีอาการเหมือนกับโรคไข้หวัด ที่สามารถหายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่หากเกิดขึ้นกับเด็กต่ำกว่า 5 ปี ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังเกี่ยวกับปอดและหัวใจ โรคต่อมา คือโรคมือ เท้า ปาก ที่จะเกิดอาการไข้ ในช่วง 2- 4 วัน มีอาการเบื่ออาหารร่วมด้วย โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อโรต้าไวรัส ที่จะมีอาการถ่ายเหลว โรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ที่คนส่วนใหญ่มักเป็น มีอาการปวดศีรษะ น้ำมูกไหล เจ็บคอ บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะเกิดการติดเชื้อมากกว่าปกติ บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคนั้นมักจะเป็นเด็กเล็กที่อายุไม่เกิน 5 ปี และในวัยผู้สูงอายุ …

น่ารู้!! โรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง Read More »

ทำความเข้าใจ!! การทานวิตามินแตกต่างจากการทานยาอย่างไร?

ทำความเข้าใจ!! การทานวิตามินแตกต่างจากการทานยาอย่างไร? ทำความเข้าใจ!! การทานวิตามินแตกต่างจากการทานยาอย่างไร? การดูแลรักษาสุขภาพ คือสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติ เพื่อเป็นการรักษาสภาพร่างกายของเราให้คงอยู่ได้อย่างยาวนาน ซึ่งวิธีการดูแลรักษาสุขภาพของเราเองนั้นก็มีหลายวิธี แล้วแต่ว่าใครจะถนัดแบบใด และก็มีหลายคนที่เลือกวิธีการรับประทานวิตามิน เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายอีกหนึ่งวิธี เนื่องจากการรับประทานวิตามินจะเป็นการเสริมวิตามินในส่วนที่ร่างกายต้องการเข้าไปนั่นเอง และวันนี้เราก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจตรงส่วนนี้มาแนะนำกัน ไปดูกันเลย ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยา และ วิตามิน ในปัจจุบันอาจจะยังมีความเข้าใจผิดในการใช้ยา และอาหารเสริมประเภทวิตามิน ว่าเป็นสิ่งที่ร่างกายนั้นจำเป็น แต่จริง ๆ แล้ว ยาไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บหรือผิดปกติของร่างกายได้ แต่วิตามินนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่จะช่วยบำรุง ฟื้นฟูร่างกาย  วิตามิน เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก ในการทานวิตามิน หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจว่า ไม่จำเป็นต้องทานอาหารหลัก ทานเพียงวิตามินอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงนั้นเราไม่สามารถทานเพียงอาหารเสริมเป็นจานหลักได้ เนื่องจากร่างกายนั้นต้องการสารอาหารที่หลากหลาย มากกว่าเพียงแค่วิตามินเพียงอย่างเดียว วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายและควรได้รับทุกวัน ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบี ถึงแม้จะไม่สามารถทานทดแทนอาหารหลักได้ แต่การทานวิตามิน 1 เม็ดนั่นถูกอัดแน่นไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณมากพอที่ไม่อาจสามารถทานอาหารจานหลักได้ เช่น การทานเบต้าแคโรทีน 1 เม็ด นั้นเท่ากับการทานฟักทอง …

ทำความเข้าใจ!! การทานวิตามินแตกต่างจากการทานยาอย่างไร? Read More »

ข้อผิดพลาดในการวิ่งสำหรับมือใหม่

ข้อผิดพลาดในการวิ่งสำหรับมือใหม่ ข้อผิดพลาดในการวิ่งสำหรับมือใหม่ สำหรับนักวิ่งมือใหม่แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจหลักการเบื้องต้นในการวิ่ง เพราะการเรียนรู้หลักการสำคัญพื้นฐาน นอกจากจะช่วยทำให้คุณไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ยังช่วยทำให้สนุกและรักการวิ่งอีกด้วย แต่สำหรับมือใหม่บางคนที่ละเลยหลักการวิ่งเบื้องต้น มักต้องเผชิญกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการวิ่งดังนี้ วิ่งเร็วเกินไป ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดสำหรับนักวิ่งมือใหม่ คือ การวิ่งเร็วเกินไปและวิ่งหนักเกินไป การไม่ผ่อนคลายจะทำให้คุณหมดแรงเร็วกว่าที่คาดไว้ และทำให้การวิ่งไม่สนุกอีกต่อไป วิธีแก้ไข คือ วิ่งด้วยการเว้นจังหวะ เนื่องจากการวิ่งเป็นกีฬาที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น จึงควรเริ่มต้นด้วยการก้าวเท้าวิ่งในระดับปานกลางและค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้น สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การวิ่งสนุกมากยิ่งขึ้น ยังช่วยทำให้ร่างกายอดทนอีกด้วย สวมรองเท้าผิด หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน เพราะคิดว่าสวมใส่อะไรก็สามารถวิ่งได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากรองเท้าที่ไม่กระชับอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น ปวดข้อเท้า ปวดสะโพก ปวดไหล่ และอื่น ๆ การสวมรองเท้าผิดประเภทจึงเป็นเหมือนภัยเงียบ วิธีแก้ปัญหา คือ เลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสมกับเท้าของคุณ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป ลองสวมใส่และวิ่งสั้น ๆ เพื่อทดสอบคุณภาพของรองเท้าว่าสามารถรองรับแรงกดได้มากน้อยเพียงใดระหว่างเดินหรือวิ่ง การตั้งเป้าหมายที่เกินจริง จำไว้เสมอว่าคนเดียวที่คุณควรจะแข่งขันด้วย คือ ตัวคุณเอง ดังนั้น หากคุณเป็นมือใหม่แนะนำให้เริ่มต้นวิ่งจากเป้าหมายเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยเพิ่มเป้าหมายมากขึ้น เนื่องจากการตั้งเป้าหมายที่สูงเกินจริงในช่วงแรก และไปไม่ถึงเป้าหมายอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและท้อจนไม่อยากวิ่งต่อไป วิธีแก้ไข …

ข้อผิดพลาดในการวิ่งสำหรับมือใหม่ Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save