การดูแลตนเอง

มือใหม่หัดทาน “วีแกน” อยากมีหุ่นดี ต้องลอง!!

การรับประทานอาหารแบบ “วีแกน” การรับประทานอาหารแบบ “วีแกน” ต้องยอมรับเลยว่าผู้คนในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตนเองอย่างมาก เริ่มจากอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน ซึ่งการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  แต่ส่วนใหญ่เน้นการทานผัก ผลไม้ ธัญพืช เลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ อาหารทอดมัน และขนมหวาน จนนำไปสู่พฤติกรรมการทานอาหารแบบผิดๆ  การเลือกทานอาหารที่ถูกต้องย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพตนเอง ซึ่งวิธีการทานอาหารที่กำลังมาแรง ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ คือ “วีแกน” การรับประทานอาหารแบบวีแกน คือ การรับประทานอาหารที่ทานเฉพาะพืชเท่านั้น หลีกเลี่ยงการทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ และที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง การทานอาหารประเภทนี้ได้นั้นควรมีแบบแผนในการทานและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาหารที่คู่ควรสำหรับ “วีแกน” นมและโยชน์จากพืช  อุดมไปด้วยแคลเซียม สาหร่าย อีกหนึ่งแหล่งโปรตีนและให้ไอโอดีนได้อีกด้วย ธัญพืช อุดมไปด้วยโปรตีนและโอเมก้า 3 พบใน เมล็ดเจีย เต้าหู้ อุดมไปด้วยโปรตีน ตัวแทนของเนื้อสัตว์ที่คุณควรทาน ถั่วและเนยถั่ว อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ไฟเบอร์ วิตามินอี แมกนีเซียม สังกะสี ในถั่วที่ยังไม่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนในการปรุงสุก           ผักและผลไม้ แหล่งรวมสารอาหารของคุณที่จะเพิ่มปริมาณให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ โดยมีธาตุเหล็กและแคลเซียม พบในผักใบเขียว …

มือใหม่หัดทาน “วีแกน” อยากมีหุ่นดี ต้องลอง!! Read More »

วิธีการอบไอน้ำด้วยตนเองที่บ้าน

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ อบไอน้ำเป็นการดูเส้นผมและหนังศีรษะวิธีหนึ่ง การอบไอน้ำเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้เส้นผมสุขภาพดี เพราะการอบไอน้ำเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกและทำความสะอาดรูขุมขน ที่สำคัญคือ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดรังแค นอกจากนี้ความร้อนจากการไอน้ำจะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีอีกด้วย การอบไอน้ำไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด และสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงใช้หมวกอบไอน้ำหรือผ้าขนหนู วิธีการอบไอน้ำด้วยตนเองที่บ้าน อบไอน้ำโดยใช้หมวกอบไอน้ำ สระผมให้สะอาด ชโลมผมด้วยครีมนวดหรือครีมหมักผมจากโคนจรดปลาย หากต้องการความเป็นธรรมชาติสามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ชโลมให้ทั่วเส้นผมได้เช่นกัน ใช้หมวกอบไอน้ำคลุมผม ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที จึ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ปัญหาเส้นผมเปราะบางขาดง่ายก็จะลดลง อบไอน้ำโดยใช้ผ้าขนหนู สระผมให้สะอาด ชโลมด้วยครีมหมักหรือครีมนวดผม นำผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาด ๆ เข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาทีหรือจนกว่าผ้าจะร้อน นำผ้าออกจากไมโครเวฟแล้วมาพันรอบศีรษะคลุมด้วยหมวกอาบน้ำหรือถุงพลาสติกเพื่อป้องกันไม่ให้ไอน้ำระเหย อบทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย อบไอน้ำโดยใช้น้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ การใช้น้ำมันร้อนร่วมกับการอบไอน้ำ ยังเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ผสมน้ำมันร้อนกับน้ำมันหอมระเหย 2 – 3 หยด ชโลมให้ทั่วเส้นผม นวดหนังศีรษะเบา …

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ Read More »

อโลเวร่าบัตเตอร์

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์ ผิวแห้ง ผิวแตกลายเป็นปัญหาที่พบมากในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หญิงตั้งครรภ์ และคนที่มีปัญหาผิวแห้ง เป็นต้น โดยผิวแห้งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้น พันธุกรรม ฮอร์โมน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ผิวแตกลายของผิวมีสาเหตุมาจากผิวหนังชั้นกลางมีการยืดขยายมากจนเกินไป หากผิวของคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลอย่างถูกต้อง ซึ่งปกติการดูแลปัญหาผิวแห้งและแตกลายส่วนใหญ่จะใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ในการบำรุงและฟื้นฟู ดังนั้น จึงขอแนะนำวิธีทำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่างอโลเวร่าบัตเตอร์ (Aloe Vera Butter) มาฝากกัน อโลเวร่าบัตเตอร์ (Aloe Vera Butter) อุดมไปด้วยกรดไขมันและวิตามินที่ดีต่อผิว และมีประโยชน์ในการรักษาปัญหาผิวแห้ง รอยผิวแตกลาย เซลล์ลูไลท์ และปกป้องผิวสวยให้กระจ่างใส อโลเวร่าบัตเตอร์ประกอบด้วย ว่านหางจระเข้ ซึ่งมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ป้องกันผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกระชับ บรรเทาและรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง เช่น สิว หรือแผลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวให้ผิวดูสุขภาพดี เชียบัตเตอร์ อุดมไปด้วยกรดไขมัน และวิตามิน A, D, E และ F ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำให้ผิวเปล่งประกายสุขภาพดี และปกป้องผิวจากรังสี UV อีกด้วย เชียบัตเตอร์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้นจะช่วยลดรอยผิวแตกลาย เซลล์ลูไลท์ …

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์ Read More »

ดูแลผิวมันให้มีความชุ่มชื้น

ดูแลผิวมันให้มีความชุ่มชื้นด้วยวิธีธรรมชาติ

ดูแลผิวมันให้มีความชุ่มชื้นด้วยวิธีธรรมชาติ ดูแลผิวมันให้มีความชุ่มชื้นด้วยวิธีธรรมชาติ การดูแลผิวมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะป้องกันไม่ให้เกิดสิวและรอยหมองคล้ำแล้ว ยังต้องให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วย ซึ่งหลายคนคิดว่าการมีผิวมันอาจไม่จำเป็นต้องให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวก็ได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าหากผิวขาดความชุ่มชื้นอาจทำให้เกิดการหมองคล้ำ และเป็นที่รู้กันดีว่าวิธีในการเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวที่ง่ายที่สุด คือ การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ แต่สำหรับชาวผิวมันแล้วเมื่อพูดถึงมอยส์เจอร์ไรเซอร์อาจคิดว่ามันจะยิ่งเป็นตัวเพิ่มความมันบนในหน้าหรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราจึงได้รวบรวมวิธีการดูแลผิวมันด้วยวิธีธรรมชาติที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านมาฝากกัน บ่อยครั้งที่การล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เป็นประจำมักทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น อันเนื่องมาจากผิวได้สูญเสียน้ำมันจากธรรมชาติไป ดังนั้น เพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นไม่แห้งตึงจึงควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังการล้างหน้าทุกครั้ง ซึ่งมอยส์เจอร์ไรเซอร์มีทั้งชนิดน้ำและชนิดครีม แนะนำให้ใช้ชนิดครีมหลังล้างหน้าในตอนเช้า และใช้ชนิดน้ำหลังการล้างหน้าก่อนนอน อย่างไรก็ตาม มอยส์เจอร์ไรเซอร์บางสูตรอาจไม่เหมาะกับสภาพผิวมัน ทำให้เกิดอาการแพ้หรือมีสิว จึงขอแนะนำวิธีการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมันด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบโฮมเมดที่สามารถทำได้ที่บ้านดังนี้ วิธีการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมัน นม มีกรดแลคติก มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น ช่วยเป็นเกราะป้องกันผิว เพียงใช้นมสด ¼ ถ้วย เติมน้ำมะนาว 2 – 3 หยด ผสมให้เข้ากันทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวมันและไม่ทำให้ใบหน้ามันเยิ้ม ว่านหางจระเข้ ไม่เพียงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวี ทาเจลว่านหางจระเข้บริเวณใบหน้าและลำคอ ทำเช่นนี้ทุกคืนก่อนนอน มะนาวและน้ำผึ้ง มะนาวมีคุณสมบัติในการสมานแผลชั้นเลิศ และยังทำให้ใบหน้าขาวกระจ่างใส …

ดูแลผิวมันให้มีความชุ่มชื้นด้วยวิธีธรรมชาติ Read More »

ใช้กะทิดูแลผิวและเส้นผม

ใช้กะทิดูแลผิวและเส้นผม

ใช้กะทิดูแลผิวและเส้นผม กะทิเป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ นอกจากจะนำมาปรุงอาหารแล้ว ยังนำมาใช้ดูแลผิวและเส้นผมได้อีกด้วย เช่น ใช้กะทิดูแลผิวให้เปล่งปลั่งสุขภาพดี เรียบเนียน ใช้บำรุงและดูแลเส้นผม ซึ่งประโยชน์ในด้านความงามของกะทิมีดังนี้ กะทิกับการดูแลเส้นผม กะทิมีคุณสมบัติในการดูแลเส้นผมและปรับสภาพหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้น เพียงใส่กะทิลงในชามแล้วเติมน้ำมันโรสแมรี่ 2-3 หยด นวดบริเวณศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงล้างออกและสระผมตามปกติ ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง มันจะทำให้เส้นผมหนานุ่มและยาวเร็วขึ้น ช่วยลดการชี้ฟูของเส้นผม กะทิทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วง เส้นผมจัดทรงง่ายเพราะในกะทิมีส่วนประกอบของน้ำมัน ทำให้เส้นผมเงางาม นุ่มลื่น เพียงผสมกะทิลงในแชมพู แล้วใช้สระผมตามปกติ เพียงเท่านี้เส้นผมก็จะนุ่มลื่นจัดทรงง่ายไม่ชี้ฟูอีกต่อไป กะทิทำให้เส้นผมเงางามและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ลดการแตกปลายของเส้นผมและหยุดปัญหาเส้นผมแห้งกร้าน คุณสามารถใช้กะทิและน้ำผึ้งผสมให้เข้ากันมาส์กผมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงสระผมตามปกติ กะทิดูแลผิวให้ชุ่มชื้นฉ่ำวาว น้ำกะทิมีความนุ่มนวลและบางเบา อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ หากคุณอยากมีผิวพรรณฉ่ำวาว แนะนำให้ใช้น้ำกะทิผสมน้ำมันดอกกุหลาบ 2-3 หยด นวดผิวหน้าและผิวกาย มันจะช่วยทำให้ผิวเปล่งประกายฉ่ำวาวขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กะทิดูแลผิวหน้าด้วยการใช้เป็นคลีนซิ่งเช็ดล้างเครื่องสำอางได้อีกด้วย มันจะช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ฝังแน่นบนใบหน้าและทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก วิธีการ คือ นวดผิวหน้าด้วยน้ำกะทิ และเช็ดทำความสะอาดด้วยสำลี …

ใช้กะทิดูแลผิวและเส้นผม Read More »

เคล็ดไม่ลับทำก่อนนอน

สาวๆต้องรู้!! เคล็ดไม่ลับทำก่อนนอนรับรองตื่นมาสวยสดใส

สาวๆต้องรู้!! เคล็ดไม่ลับทำก่อนนอนรับรองตื่นมาสวยสดใส สาวๆต้องรู้!! เคล็ดไม่ลับทำก่อนนอนรับรองตื่นมาสวยสดใส เรื่องความสวยความงามของผู้หญิงอย่างเราๆ นั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก หากเรามีการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผิวพรรณรวมไปถึงร่างกายของเรานั้นจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น ผิวพรรณจะยังคงอ่อนเยาว์ แลดูสดใส เปล่งปลั่งแม้อายุจะเยอะแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นเราควรหันมาใส่ดูแลสุขภาพเบื้องต้นของเราเองบ้างจะดีที่สุด และวันนี้เราก็มาพร้อมกับเคล็ดไม่ลับที่จะช่วยดูแลผิวพรรณและสุขภาพให้ดีอยู่เสมอมาแนะนำกัน วิธีการดูแลผิวพรรณและสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ มื้อเย็นเบาได้เบา มื้อเย็นเป็นมื้อที่หลายชอบจัดหนัก แต่การรับประทานอาหารเย็นมากเกินไปนั้นจะส่งผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้ และที่สำคัญการรับประทานอาหารเย็นในช่วงเวลาใกล้เข้านอนจะทำให้ร่างกายของเราทำงานหนัก เมื่อถึงเวลานอนหลับจะทำให้ไม่สบายตัว อาจเกิดอาการท้องอืดขึ้นได้ ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด ซึ่งการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกต้องและถูกวิธี จะทำให้ผิวหน้าของคุณนั้นไม่มีสิ่งสกปรกตกค้าง ไม่เกิดสิว ผิวพรรณจะสะอาด สดใส และไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ในการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าก็มีความสำคัญ ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตัวผลิตภัณฑ์ และในขณะล้างหน้าควรนวดวนไปมา เพื่อเป็นการกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น จัดเต็มครีมบำรุง ในช่วงที่เรานอนหลับ คือ ช่วงที่ร่างกายเราจะทำการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นในช่วงก่อนนอนคุณควรจัดเต็มครีมบำรุงผิวหน้าที่เข้มข้น เพื่อที่จะได้ช่วยบำรุงและซ่อมแซมผิวในช่วงที่เรานอนหลับนั่นเอง อายครีมอย่ามองข้าม เพราะผิวรอบดวงตาคือผิวที่อ่อนโยนและบอบบาง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะจุดเท่านั้น การใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้ลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์ม อย่าปล่อยให้ริมฝีปากแห้งและซีดเซียว เพราะมันจะทำให้คุณดูป่วย การบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มก่อนนอน จะทำให้คุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความชุ่มชื้นและริมฝีปากที่อวบอิ่ม ทำให้อารมณ์ดีก่อน หากคุณเข้านอนด้วยอารมณ์โมโห หงุดหงิด อาจจะส่งผลให้นอนไม่หลับ แต่ถ้าก่อนเข้านอนคุณอารมณ์ดี จะทำให้คุณนอนหลับสบาย ร่างกายได้รับการผ่อนคลาย …

สาวๆต้องรู้!! เคล็ดไม่ลับทำก่อนนอนรับรองตื่นมาสวยสดใส Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save