ออกกำลังกาย

6 ท่ายืดสะโพกสำหรับผ่อนคลายความเครียด

6 ท่ายืดสะโพกสำหรับผ่อนคลายความเครียด 6 ท่ายืดสะโพกสำหรับผ่อนคลายความเครียด อาการสะโพกตึงและแข็งมักมาพร้อมกับอาการปวดหลังส่วนล่าง เพราะฉะนั้นการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำจะช่วยเปิดสะโพกและคลายความเจ็บปวดจากความตึงเครียดดังกล่าวลงได้ และทั้ง 6 ท่าดังต่อไปนี้เป็นท่าบริหารสำหรับการยืดสะโพกเพื่อคลายความเครียด ซูโม่ ยืนตรงแล้วกางขาทั้งสองข้างออกให้กว้าง ให้ปลายเท้าทำมุมออกไปข้างนอก งอเข่าทั้งสองข้างและลดสะโพกลงคล้ายกับการทำสควอท ให้หัวเข่าทำมุม 90 องศา ใช้มือวางบนต้นขา และกดสะโพกลงในขณะเดียวกับที่หัวเข่าอยู่ในแนวเดียวกับนิ้วเท้า ทำเช่นนี้ข้างไว้ 45 นาที จึงกลับสู่ท่าปกติ ยืดกล้ามเนื้อสะโพกและคุกเข่า คุกเข่าลงบนพื้น ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า โดยการงอเข่าทำมุม 90 องศา และให้เข่าอีกข้างหนึ่งสัมผัสกับพื้น ประสานมือทั้งสองข้างวางไว้ที่ต้นขาที่งอ ทำให้ลำตัวตรงและขยับน้ำหนักตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด กดค้างไว้ 30 วินาทีก่อนเปลี่ยนข้างและทำเช่นเดียวกันสลับกันไปมา ท่านกพิราบ ใช้มือดันพื้นเหยียดขาและสะโพกไปทางด้านหลัง โดยให้วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนพื้น พับขาข้างใดข้างหนึ่งคล้ายกับการพับเพียบ จากนั้นค่อย ๆ ดันสะโพกไปด้านหน้าเหมือนกับพยายามกดสะโพกไปที่พื้น เงยหน้าและยกหน้าอกขึ้นเพื่อให้ลำตัวยืดตัวขึ้น ทำเช่นนี้ค้างไว้ 30 วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนข้าง สะโพกและกระดูดสันหลัง นั่งบนพื้นโดยยื่นขาออกไปข้างหน้าลำตัว งอเข่าขวาและก้าวเท้าขวาเหนือต้นขาซ้าย รักษาลำตัวให้สูงและให้แกนกลางของลำตัวบิดไปทางขวาอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันให้วางข้อศอกซ้ายไว้ที่ด้านนอกของต้นขาขวาและฝ่ามือขวาวางลงบนพื้นด้านหลังของคุณ จากนั้นยืดตัวผ่านกระดูกสันหลังและด้านนอกของสะโพกขวาโดยกดข้อศอกซ้ายเข้าที่ต้นขาขวา สายตามองข้ามไหล่ขวา ทำเช่นนี้กดค้างไว้ 30 วินาทีก่อนเปลี่ยนข้าง …

6 ท่ายืดสะโพกสำหรับผ่อนคลายความเครียด Read More »

7 ท่าออกกำลังกายช่วยลดไขมันต้นขา

7 ท่าออกกำลังกายช่วยลดไขมันต้นขา ต้นขาใหญ่ส่วนหนึ่งมาจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน ซึ่งหลายคนพยายามหาวิธีกระชับต้นขาให้เรียวสวยด้วยการออกกำลังในท่ากระชับต้นขาหลาย ๆ ท่าควบคู่ไปกับแผนการรับประทานอาหาร แต่ก็ไม่สามารถที่จะช่วยลดต้นขาใหญ่ได้ ดังนั้นเราจึงมี 7 ท่าออกกำลังกายเพื่อช่วยกระชับต้นขามาแนะนำให้คุณปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอดังนี้ 1. Squat Squat เป็นท่าออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้ เพราะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระชับต้นขา สะโพก และก้น การทำสควตอย่างถูกต้องยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง หลังส่วนล่าง เอ็นร้อยหวาย เป็นต้น สำหรับการทำท่า Squat เริ่มต้นด้วยการยืนตรงโดยให้เท้าทั้งสองข้างแยกออกจากกันประมาณช่วงไหล่เล็กน้อย ให้มองตรงไปข้างหน้า ใช้มือเท้าเอวและหายใจเข้า ค่อย ๆ ย่อขาลงจนสะโพกอยู่ต่ำกว่าเข่า หายใจออกและยืนขึ้น ทำซ้ำไปมาประมาณ 15-20 ครั้ง 2. Forward Lunges Forward Lunges เป็นท่าออกกำลังกายที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพในการลดไขมันต้นขามาก เป็นท่าหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ลดต้นขา ขั้นแรกให้ยืนตรง และก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหลังโดยให้ขนานและทำมุมกับพื้น 90 องศา ค้างไว้ 2-3 วินาที จึงดึงขาหลังกลับ ทำเช่นนี้สลับไปมาทั้งสองข้าง ประมาณ 7-12 ครั้ง หรือ …

7 ท่าออกกำลังกายช่วยลดไขมันต้นขา Read More »

อาหารบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

อาหารบรรเทาอาการปวดประจำเดือน อาหารบรรเทาอาการปวดประจำเดือน             ช่วงที่มีประจำเดือนหลายคนมักมีอาการปวดท้อง ไม่สบายตัวในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังมีประจำเดือน อาการเหล่านี้ทำให้หลายคนพึ่งพาการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการมีประจำเดือน ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พบได้แก่ การปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก เป็นต้น แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ ซึ่งอาหารดังกล่าวมีดังต่อไปนี้ 1. ธัญพืชและพืชตระกูลถั่ว เพราะอุดมไปด้วยแมกนีเซียมและช่วยขจัดความหิวโหย ทำให้อิ่มสบายท้อง ถั่วมีประโยชน์มากเพราะมีไฟเบอร์สูงช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทว่าการกินถั่วมากเกินไปอาจทำให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะถั่วที่ไม่สุกมักทำให้ท้องอืดและเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ดังนั้น จึงควรรับประทานชนิดที่ปรุงสุกเพราะมีวิตามินบีช่วยล้างสารพิษ 2. คาเฟอีน เป็นตัวเลือกที่ดีในการใช้บรรเทาอาการปวดก่อนมีประจำเดือนและหลังมีประจำเดือน แต่ควรหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในช่วงที่มีประจำเดือนเพราะอาจทำให้ปวดท้องมากขึ้นและท้องอืดได้ ดังนั้นช่วงที่มีประจำเดือนควรใช้เป็นชาคาโมมายล์และน้ำขิงแทน โดยเฉพาะน้ำขิงจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดท้องและท้องอืดได้ดี 3. ดาร์กช็อกโกแลต มีการวิจัยที่ระบุว่าดาร์กช็อกโกแลตช่วยระงับความอยากอาหารและช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า เหนื่อยล้า ดังนั้นให้ใช้ดาร์กช็อกโกแลต 1 ออนซ์ในช่วงมีประจำเดือน 4. น้ำ ความจริงแล้วน้ำไม่ได้มีประโยชน์เพียงให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกายและชำระล้างสารพิษในร่างกายเท่านั้น แต่น้ำยังช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกไป ด้วยเหตุนี้จึงช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและไมเกรนได้ แต่หากคุณไม่ชอบน้ำเปล่าอาจเปลี่ยนมาดื่มน้ำผักและผลไม้แทนก็ได้ 5. อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อาหารเหล่านี้นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดในช่วงที่มีประจำเดือนแล้ว ยังช่วยลดความอยากน้ำตาลลงอีกด้วย ซึ่งอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ แอปริคอต ส้ม ลูกพลัม ลูกแพร์ …

อาหารบรรเทาอาการปวดประจำเดือน Read More »

5 ท่ายืดกล้ามเนื้อง่ายๆสำหรับมือใหม่

5 ท่ายืดกล้ามเนื้อง่ายๆสำหรับมือใหม่ 5 ท่ายืดกล้ามเนื้อง่ายๆสำหรับมือใหม่ แม้ว่าการยืดกล้ามเนื้อด้วยท่าการแยกขาต่าง ๆ จะไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่การแยกขาคือ ท่าการบริหารท่าหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และนี่เป็นเหตุผลที่นักเต้น นักยิมนาสติก เชียร์ลีดเดอร์ หรือผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จะต้องฝึกท่าแยกขาเป็นประจำ หลายคนคิดว่าการแยกขาเป็นการบริหารร่างกายที่ยุ่งยาก และอาจทำให้เกิดการเจ็บปวดได้ แต่ความจริงแล้ว การแยกขาเป็นการยืดกล้ามเนื้อเพื่อเปิดกล้ามเนื้อสะโพก อุ้งเชิงกราน และต้นขา เพราะการยืดกล้ามเนื้อด้วยการแยกขาเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ และเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้น จึงต้องทำการบริหารด้วยท่าดังกล่าวอย่างถูกต้อง ซึ่งมีท่าการบริหารดังต่อไปนี้ 1. ท่ากบ             การยืดขาด้วยท่านี้เป็นการอุ่นเครื่องให้กับสะโพกและเปิดต้นขา ซึ่งวิธีการคือ นอนลงบนพื้นให้ท้องแนบชิดติดกับพื้น แล้วงอขาทั้งสองข้างมาไว้ด้านหลัง ใช้มือทั้งสองข้างจับเท้าเอาไว้ จากนั้นยกขาขึ้นโดยที่ฝ่าเท้ายังชิดกัน การทำเช่นนี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านในให้มีความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังสามารถทำทีละข้างสลับไปมาระหว่างซ้ายหรือขวาเพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อ             การยืดกล้ามเนื้อด้วยวิธีนี้ สามารถทำได้ช่วงระหว่างที่ดูทีวี หรืออาจเปลี่ยนเป็นในขณะที่ยืนอยู่ก็ได้ เพื่อบริหารและยืดกล้ามเนื้อต้นขา 2. ยืดตัวไปด้านหน้า นำฝ่าเท้ามาชิดกันที่หน้าขาหนีบ สอดนิ้วเท้าเข้าใต้ฝ่าเท้า เงยหัวขึ้นทำเช่นนี้ค้างไว้ 2-3 วินาที จากนั้นให้ยืดตัวไปข้างหน้าโดยเอาหน้าอกออกและคุกเข่าให้ลำตัวไปข้างหน้า แต่อย่าไปไกลเกินไป การยืดกล้ามเนื้อด้วยท่านี้จะช่วยขยับสะโพกเช่นเดียวกับท่าแรก และค่อน ๆ ยกศีรษะขึ้นลงด้วยการพับลำตัวลงให้สุดและไปข้างหน้าโดยให้หน้าผากอยู่ที่พื้น การยืดกล้ามเนื้อด้วยท่านี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านในได้รับการยืดหยุ่น 3. ยืดลำตัวด้านข้าง …

5 ท่ายืดกล้ามเนื้อง่ายๆสำหรับมือใหม่ Read More »

7 ประโยชน์ของการขับเหงื่อ

7 ประโยชน์ของการขับเหงื่อ 7 ประโยชน์ของการขับเหงื่อ กลิ่นเหงื่ออาจทำให้คุณกังวลใจ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการที่ร่างกายขับเหงื่อออกมานั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ เพราะการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการขับเหงื่อมีประโยชน์มากมาย และคุณก็สามารถลดกลิ่นเหงื่อโดยไม่ต้องกังวลใจได้อีกด้วย เหงื่อเป็นของเหลวที่ขับออกมาจากร่างกายผ่านทางรูขุมขนบริเวณผิวหนัง โดยปกติการขับเหงื่อมีปัจจัยมาจากความเครียดและอุณหภูมิที่สูง เป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้เกิดการขับเหงื่อเพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นการขับเหงื่อจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ซึ่งเหงื่อที่ถูกขับออกมาจะมีส่วนผสมของเกลือและสารพิษ โดยเหงื่อที่ถูกขับออกมาจาก 2 ต่อม คือ eccrine และ apocrine ต่อมเหงื่อ eccrine มีอยู่ทั่วร่างกายและฝ่าเท้า โดยจะผลิตเหงื่อประมาณ 500 – 750 มล. ต่อวัน ขณะที่ต่อมเหงื่อ Apocrine มีอยู่บริเวณรักแร้ หัวนม หู เปลือกตา และบริเวณขาหนีบ สาเหตุที่ร่างกายขับเหงื่อแล้วทำให้เกิดกลิ่นกายนั้น เนื่องจากต่อมเหงื่อ Apocrine จะเริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่วัยแรกรุ่น ในช่วงแรกจะยังไม่มีกลิ่น แต่จะเริ่มมีกลิ่นหลังจากได้รับการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น การรักษาสุขอนามัยจึงช่วยลดกลิ่นกายที่เกิดจากเหงื่อได้ และประโยชน์ของการขับเหงื่อมีดังนี้ 1. ช่วยล้างพิษ การขับเหงื่อช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย รวมทั้งสารประกอบโลหะบางชนิด เช่น แคดเมียม ปรอท สารมลพิษ และแอลกอฮอล์ เป็นต้น …

7 ประโยชน์ของการขับเหงื่อ Read More »

ยกคิ้วเพื่อออกกำลังกายใบหน้า

ยกคิ้วเพื่อออกกำลังกายใบหน้า ยกคิ้วเพื่อออกกำลังกายใบหน้า             การยกคิ้วเพื่อออกกำลังกายใบหน้า นับเป็นการบริหารใบหน้าที่นำเอารูปแบบการยกคิ้วมาใช้บริหารใบหน้าซึ่งทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน หลายคนให้ความสำคัญกับการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่ละเลยที่จะให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า โดยท่าการบริหารที่นำมาแนะนำกันนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 5 ท่า ที่คุณเองก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ท่าที่ 1 นำฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนใบหน้า โดยให้นิ้วกลางวางที่ใต้หัวคิ้วทั้งสองข้าง จากนั้นให้ยกคิ้วขึ้นค้างไว้เป็นเวลา 5 วินาที หลังจากนั้นให้เอาคิ้วลงกลับสู่ที่เดิม โดยให้คิ้วลงไปชิดกับนิ้วกลาง ทำเช่นนี้ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วทำซ้ำไปซ้ำมา 3 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ท่าที่ 2 เริ่มจากหลับตาด้วยการมองลงต่ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกว่าดวงตาจะปิดสนิท ซึ่งคุณจะรู้สึกถึงแรงดึงเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าเกิดแรงดึงให้อยู่ในท่านั้นเป็นเวลา 5 วินาที จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นการมองไปข้างบนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าจะรู้สึกถึงแรงดึงเล็กน้อย จึงค้างไว้ 5 วินาทีและผ่อนคลายลง ทำเช่นนี้ซ้ำ 6 ครั้ง ท่าที่ 3 ในท่านี้คุณจะต้องลืมตาทั้งสองข้างไว้ โดยให้ศีรษะอยู่ในลักษณะตรงและมองตรงไปข้างหน้า พยายามให้ศีรษะอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วมองขึ้นบนไปข้างหน้า ทำเช่นเดียวกันนี้แต่ให้มองลง แล้วทำแบบนี้ต่อไปทั้งหมด …

ยกคิ้วเพื่อออกกำลังกายใบหน้า Read More »

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกการหายใจ สมาธิ และจิตใจอีกด้วย หากคุณมีความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิต การออกกำลังกายด้วยโยคะจะช่วยผ่อนคลายความเครียดลง ตลอดจนความโศกเศร้าหรือเศร้าหมอง และท่าโยคะทั้งหมดนี้จะช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลในร่างกายลงได้ การฝึกโยคะนอกจากจะทำได้เงียบ ๆ แล้ว คุณยังสามารถเปิดเพลงช้า ๆ เบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กับการทำท่าโยคะอีกด้วย ซึ่งท่าโยคะที่จะแนะนำกันมีดังนี้ Seated side bend (การโค้งงอด้านข้าง) นั่งบนเสื่อโยคะหรือพื้นด้วยท่าขัดสมาธิ วางมือขวาไว้บนพื้น ยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะงอเอวไปทางขวา และมองขึ้นไปบนฟ้า ทำเช่นนี้ค้างไว้ 3-5 ครั้ง จากนั้นจึงสลับข้าง Downward dog ดันพื้นบนเสื่อแล้วยกสะโพกขึ้นไปทางด้านหลัง จากนั้นกดมือและเท้าลงบนเสื่อโดยที่สะโพกยังคงลอยอยู่ ท่านี้อาจทำเข่าให้ตรงหรืองอก็ได้ จากนั้นกลั่นหายใจ 5 ครั้ง Extended side angle ยืนบนเสื่อด้วยการแยกเท้าออกจากกัน ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าและให้ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า โดยให้เท้าซ้ายหันเข้าประมาณ 45 องศา และงอเข่าขวา 90 องศา ให้ต้นขาขนานกับพื้น จากนั้นเอนไปด้านข้าง นำแขนขวาไปที่ต้นขาขวาหรือมือขวาไปที่เสื่อโยคะ …

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด Read More »

7 เทคนิคในการบริหารกล้ามเนื้อด้วยลูกเทนนิส

7 เทคนิคในการบริหารกล้ามเนื้อด้วยลูกเทนนิส 7 เทคนิคในการบริหารกล้ามเนื้อด้วยลูกเทนนิส การนั่งเป็นเวลานานด้วยท่าเดิม ๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการเมื่อยล้า ปวดตึงกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอและไหล่ วิธีแก้อาการปวดเมื่อยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีลูกเทนนิส และการบริหารสามารถทำได้ดังนี้ คอ คอ เป็นจุดแรกที่มักรู้สึกปวดเมื่อย ดังนั้นค่อย ๆ ใช้ลูกเทนนิสกดลงบริเวณที่ปวด เริ่มจากด้านขวาของคอไล่มาจนใต้กระดูกขากรรไกร จากนั้นค่อย ๆ หมุนลูกบอลลงด้านข้างของคอไล่ลงไปทางไหล่ ใช้ลูกเทนนิสนวดวนจากด้านล่างย้อนกลับขึ้นมา กลิ้งขึ้นและลงประมาณ 30 วินาที จึงย้ายไปนวดด้านหลังของคอไล่ตามแนวกระดูกสันหลัง ม้วนขึ้นและลงประมาณ 30 วินาที นวดเช่นนี้ทั้งซ้ายและขวา ข้างละ 1 นาที กล้ามเนื้อ Trapezius วางลูกเทนนิสไว้บนไหล่ กดลงและหมุนลูกเทนนิสไปมาเป็นวงกลมรอบ ๆ บริเวณที่ปวดเมื่อยจากนั้นกดลงบริเวณที่ปวดค้างไว้ประมาณ 20-30 วินาที หรือจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย ทำเช่นนี้กับไหล่ทั้งสองข้างอย่างน้อย 1 นาที หน้าอก การนั่งเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาหารแน่นหน้าอก การบริหารด้วยท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดบริเวณหน้าอก เพียงวางลูกเทนนิสไว้ใต้กระดูกคอด้านขวา กดด้วยมือซ้ายค้างไว้ จากนั้นนวดม้วนขึ้นลงประมาณ 30 …

7 เทคนิคในการบริหารกล้ามเนื้อด้วยลูกเทนนิส Read More »

ท่าออกกำลังกายสำหรับลดแรงกระแทกของหัวเข่า

ท่าออกกำลังกายสำหรับลดแรงกระแทกของหัวเข่า ท่าออกกำลังกายสำหรับลดแรงกระแทกของหัวเข่า กล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาข้อต่อ เพราะเราต้องใช้กล้ามเนื้อไม่ใช่ข้อต่อในการรับน้ำหนัก หากกล้ามเนื้ออ่อนแอและไม่ได้ใช้งาน ข้อต่อของเราก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้นและเสี่ยงต่อการสึกหรอได้ หากอาการปวดหัวเข่ารบกวนการออกกำลังกายของคุณ ลองปรับเปลี่ยนท่าออกกำลังกายเพื่อลดแรงกระแทกของหัวเข่า ซึ่งมีดังนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายควรทำการวอร์มอัพด้วยการเดินอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อให้หัวเข่าลื่นไหล และเพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้นานยิ่งขึ้น Straight Leg Lifts นอนหงายโดยการงอเข่าและเท้าบนพื้น วางฝ่ามือคว่ำลงข้างลำตัว จากนั้น เหยียดขาขวาลงบนเสื่อและงอเท้าข้างซ้ายเอาไว้ หายใจเข้าแล้วยกขาขวาขึ้นจากพื้นประมาณหนึ่งฟุต ค้างไว้ 5 วินาที แล้วจึงค่อย ๆ ลดขาลง ทำเช่นนี้ 5 ครั้งจึงสลับขา Heel Slides นอนหงายแล้วงอเข่าโดยให้เท้าติดพื้น วางแขนข้างลำตัว แล้วเหยียดขาขวาลงบนเสื่อและงอเท้า งอเข่าเล็กน้อย หายใจออก ในขณะเดียวกันค่อย ๆ เลื่อนส้นเท้าขวาเข้าหาสะโพกขวาและงอเข่า จากนั้น หายใจเข้าเพื่อเลื่อนเท้ากลับออกไปจนขาเกือบเหยียดตรง ทำซ้ำเช่นนี้ 10 ครั้ง แล้วสลับขา ท่านี้จะทำให้เข่าของคุณและเอ็นร้อยหวายแข็งแรงยิ่งขึ้น Step Up ท่านี้เป็นการเสริมสร้างสะโพกที่แข็งแรง ด้วยการยืนบนบล็อกสูง-ต่ำ โดยใช้มือวางบนสะโพก ก้าวเท้าขวาขึ้นลงเป็นสเต็ปพร้อมกับการเกร็งหน้าท้องและยกเท้าหลังขึ้นจากพื้น …

ท่าออกกำลังกายสำหรับลดแรงกระแทกของหัวเข่า Read More »

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน “ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน เชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีรูปร่างที่ดี และหุ่นที่ดี และมันจะยิ่งดีมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเรานั้นมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆกันด้วย หลายคนอาจจะมองข้ามการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังทำในสิ่งที่ผิดอย่างมาก เพราะถ้าหากคุณปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป โดยไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพให้ดีเท่าที่ควร อาจตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่คุณคาดไม่ถึง การดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกายอย่างถูกต้องจะช่วยทำให้คุณมีรูปร่างที่ดี ไปพร้อมๆกับการมีสุขภาพที่ดีได้ คงไม่มีใครอยากมีพุงนำหน้าเวลาเดิน เพราะมันทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจในตนเอง จะสวมใส่เสื้อผ้าก็อึดอัดไม่สบายตัว เกินความกังวลกับสายตาจากคนรอบข้างว่า และวันนี้เราได้หยิบเอาวิธีการลดพุงอย่างถูกวิธีมาแนะนำกันไปดูกันเลย ข้อเสียของการมีพุง “พุง” คือส่วนเกินที่เป็นไขมันเกิดการสะสมในช่องท้องจนเกินออกมา โดยในทางการแพทย์นั้นเรียกไขมันส่วนเกินนี้ว่า Visceral Fat ซึ่งต่างจาก Subcutaneous Fat ที่หมายถึงไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้บุคลิกภาพ และรูปร่างไม่สวยงาม นอกจากรูปลักษณ์และบุคลิก ที่อาจจะทำให้เราไม่มั่นใจแล้วนั้น ยังส่งผลต่อสุขภาพที่อาจทำให้ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง ส่วนหากอยากทราบว่าตัวเองมีพุงมากเกินไปรึเปล่า ในผู้ชายไม่ควรจะเกิน 90 ซม. และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือสามารถคำนวณจาการนำส่วนสูงมาหารสอง เพื่อให้ทราบสัดส่วนรอบเอวที่ไม่ควรเกินในแต่ละคนได้ ทำไมถึงลงพุง ? การลงพุงนั้นเกิดจากการทานอาหารที่มีแคลอรี่มากเกินความจำเป็น …

“ลดโรค” ด้วยการ “ลดพุง” อย่างถูกต้องและยั่งยืน Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save