สุขภาพ

ท้องผูก

ปัญหา ระบบขับถ่าย ช่วยได้แค่กินผลไม้เหล่านี้!!

ปัญหา ระบบขับถ่าย ช่วยได้แค่กินผลไม้เหล่านี้!! ปัญหา ระบบขับถ่าย ช่วยได้แค่กินผลไม้เหล่านี้!! สุขภาพ คือสิ่งสำคัญที่เราต้องดูแล เพราะสุขภาพกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี จะส่งผลให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และคุณละวันนี้ดูแลสุขภาพของตัวเองกันบ้างหรือยัง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีปัญหาเรื่องของ ระบบขับถ่าย มักมีอาการท้องอืด ท้องผูก ถ่ายลำบากอยู่ละก็ ขอบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะว่าวันนี้เรามีผลไม้ที่จะช่วยจัดการเรื่องระบบขับถ่ายของคุณให้เป็นปกติมาแนะนำกัน ว่าแต่จะมีผลไม้อะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยจ้า มะละกอ เป็นผลไม้ขึ้นชื่อในเรื่องของแก้ปัญหา ท้องผูก ที่หลายคนรู้จักกันดี เพราะในมะละกอมีน้ำย่อยจากธรรมชาติที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนที่ร่างกายย่อยไม่หมดได้นั่นเอง การรับประทานมะละกอเป็นประจำจะช่วยทำให้ ระบบขับถ่าย ดีขึ้น แก้อาการท้องผูกได้ดี อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย กล้วยน้ำว้า เนื่องจากในกล้วยน้ำหว้ามีเพกตินและไฟเบอร์ปริมาณสูง ทำให้สามารถจัดการระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญในกล้วยน้ำว้ายังมีเมือกที่จะเป็นตัวช่วยหล่อลื่นในการขับถ่ายได้อีกด้วย มะขาม เรื่องระบายท้องต้องยกให้เขาเลย มะขามจะช่วยทำให้คุณสามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าคุณจะท้องผูกเรื้อรังมาแต่เมื่อไหร่ แค่คุณกินมะขามในน้ำอุ่นประมาณ 1-2 แก้วก่อนนอน ตื่นเช้ามาคุณจะถ่ายง่าย ถ่ายคล่องอย่างมาก แอปเปิ้ลเขียว ผลไม้กากใยและไฟเบอร์สูง การรับประทานแอปเปิ้ลเขียวจะช่วยทำให้คุณไม่ค่อยอยากอาหาร เป็นอีกหนึ่งผลไม้ยอดนิยมสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และยังมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี แต่การรับประทานแอปเปิ้ลเขียวที่ถูกต้องก็คือ จะต้องรับประทานทั้งเปลือกจึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายที่สุด ส้ม ในส้มเต็มไปด้วยน้ำและไฟเบอร์ จะช่วยทำให้การขับถ่ายของคุณดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีน้ำในลำไส้น้อย การรับประทานส้มจะช่วยทำให้คุณง่ายมากขึ้นกว่าเดิม …

ปัญหา ระบบขับถ่าย ช่วยได้แค่กินผลไม้เหล่านี้!! Read More »

หลอดเลือด

อาการ หลอดเลือดแดงอุดตัน อันตรายอย่ามองข้าม!!

อาการ หลอดเลือดแดงอุดตัน อันตรายอย่ามองข้าม!! ทุกวันนี้หลายคนหันมาให้ความใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้นนั่นก็เพราะเชื้อโรคมีการพัฒนาตนเองให้มีระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้คนเราสามารถที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเองแต่ถึงแม้ว่าจะมีการดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดีแต่บางครั้งก็อาจจะมองข้ามหรือละเลยอาการผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่ส่งผลอันตรายไม่น้อยสำหรับวันนี้เราได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับโรค หลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่มีความอันตรายแต่เป็นภัยเงียบที่คาดไม่ถึง รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย สาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดแดงอุดตัน การเกิดหลอดเลือดแดงอุดตันนั้นส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากแคลเซียมจำนวนหนึ่งที่เข้าไปเกาะผนังหลอดเลือด ซึ่งจะเป็นเหมือนกับตะกอนที่ใช้ระยะเวลาสะสมครั้งละเล็กละน้อย ซึ่งผู้สูงอายุที่มีอายุนานแล้วมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดแดงอุดตัน จึงส่งผลให้เกิดโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจนั่นเอง ซึ่งคนที่เป็นโรคที่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแดงอุดตันนั่นก็คือ ผู้ป่วยทีเป็นโรคเบาหวานและโรคไต อาการของโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ผู้ป่วยในระยะแรกจะมีอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อ เพราะโดยปกติแล้วหลอดเลือดของเราจะมีออกซิเจนไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่หากหลอดเลือดที่มันตัวตรงบริเวณต่างๆของร่างกาย จะทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกเจ็บปวดตรงบริเวณนั้น ซึ่งผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงอย่างโรคเบาหวาน จึงเป็นผู้ป่วยที่เป็นหลอดเลือดแดงอุดตัน จะทำให้เลือดไปพอที่จะเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกาย ซึ่งเพียงแค่มีแผลเล็กๆตรงบริเวรร่างกายก็จะสามารถหายได้ช้ามาก วิธีรักษาโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ผู้ป่วยจะต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด เพื่อไม่ให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เพราะโรคเบาหวานจะทำให้เป็นสาเหตุหญ่ที่สุดที่จะทำให้หลอดเลือดแดงอุดตัน เพราะฉะนันผู้ป่วยต้องลดระดับของน้ำตาลลง และทำการออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อที่จะใช้พลังงานน้ำตาลที่กินเข้าไปให้หมดไป ตรวจสุขภาพตัวเองทุกๆวัน เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ได้ตั้งตัว เพราะเราไม่รู้เลยว่าเรามีระดับน้ำตาลและความดันเลือดที่ปกติหรือไม่ แต่หากว่าเราเตรียมตัวทันจะทำให้คุณสามารถแก้ปัญหาก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆได้ทัน หรือใครที่ยังไม่เข้าทำการตรวจเท้า คุณสามารถสำรวจตัวเองอย่างเช่น ตรวจดูว่าเท้ามีอาการบวมหรืออาการชาหรือไม่ เพราะหากเป็นแผลที่เท้าโดยที่ไม่รู้ตัวก็สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป สามารถรักษาโดยการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด อย่างเช่น การถ่างขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ว่าหลอดเลือดของเราได้อุดตันตรงส่วนไหน การฝังบอลลูกไปในบริเวณหลอดเลือดหรือการใส่สเตนต์ จะช่วยให้เหลือสามารถไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น การผ่าตัดบายพาส ซึ่งเป็นการผ่านตัดเส้นเลือกในการเสริมหลอดเลือดเข้าไป เพื่อให้เลือดสามารถกลับไปเลี้ยงหัวใจได้ เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดงอุดตันที่เราได้นำมาฝากกันซึ่งอันตรายของโรคนี้ เป็นอาการที่คุณสามารถสังเกตเองได้เพราะฉะนั้น การสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองจะเป็นวิธีเบื้องต้นที่จะช่วยทำให้คุณรู้ว่าร่างกายของตนเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแดงอุดตันหรือไม่

สารอาหารที่มีในเมล็ดทานตะวัน

สุดยอด!! เมล็ดทานตะวัน เม็ดเล็กแต่ประโยชน์เยอะ

สุดยอด!! เมล็ดทานตะวัน เม็ดเล็กแต่ประโยชน์เยอะ เมล็ดทานตะวัน เม็ดเล็กแต่ประโยชน์เยอะ อาหารมีความสำคัญกับร่างกายของเราอย่างมากทุกวันเราจำเป็นจะต้องรับประทานอาหารเพื่อที่จะนำเอาสารอาหารเหล่านั้นเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและบำรุงร่างกายของเราให้มีความแข็งแรงทนทานต่อเชื้อโรครอบตัว นอกจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไข่แล้วยังมีอีกหนึ่งสารอาหารที่ร่างกายของเราก็มีความต้องการเช่นกันนั่นก็คือสารอาหารจากธัญพืช ซึ่งเมล็ดทานตะวันก็เป็นอีกหนึ่งธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราไม่น้อย วันนี้เราจึงนำเอาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเมล็ดทานตะวันที่น่าสนใจรวมไปถึงประโยชน์จากเมล็ดทานตะวันที่จะทำให้ร่างกายของเราลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆมาฝากกัน สารอาหารที่มีในเมล็ดทานตะวัน รับประทานเมล็ดทานตะวันคุณจะได้พลังงานที่สามารถใช้ได้ในระหว่างวัน และมีไขมันในปริมาณพอดีกับร่างกาย ร่วมถึงโปรตีนที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้มีสุขภาพที่ดี เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 เมล็ดทานตะวันยังมีวิตามินที่ร่างกายเราต้องการมากกมาย เช่น สังกะสี แมงกานีส ซีลีเนียม ทองแดง เหล็ก และแมกนีเซียม สำหรับคุณแม่ตังครรภ์การรับประทานเมล็ดทานตะวันยังส่งผลดีกับสมองของลูกในครรภ์อีกด้วย เพราะเมล็ดทานตะวัน ¼ ถ้วยจะให้โฟเลตถึง 17%   เมล็ดทานตะวันมีประโยชน์อย่างไรกับร่างกายบ้าง ช่วยบำรุงหัวใจ คนที่สามารถรับประทานเมล็ดทานตะวันบ่อยๆจะไม่ค่อยเป็นโรคหัวใจ เพราะเมล็ดทานตะวันจะเข้าไปควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในค่าที่ปกติอยู่เสมอ จึงทำให้หัวใจสามารถทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้เมล็ดทานตะวันยังมีกรดไลโนเลอิก ที่เป็นกรดช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว จะช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจมีอาการดีขึ้นนั้นเอง รักษาโรคเบาหวานเมล็ดทานตะวัน เพราะธัญพืชชนิดนี้จะเข้าไปควบคุมประมาณน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่ร่างกายของเราต้องการปรับสมดุล จึงทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีค่าน้ำตาลภายในเลือดที่น้อยลง ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่ปกติได้ ลดอาการอักเสบได้ เมล็ดทานตะวันที่สามารถช่วยภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายที่มีชื่อว่าสาร ฟลาโวนอยด์ สารนี้จะทำหน้าที่ป้องกันอาการอักเสบเรื้อรังโดยเฉพาะ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะการรับประทานเมล็ดทานตะวันนั้นจะส่งผลดีต่อระบบลำไส้และกระเพาะอาหารมาก หากใครที่สามารถรับประทานเมล็ดทานตะวันบ่อยๆ จะทำให้ไม่เกิดโรคบิดและลำไส้อักเสบ ทางการแพทย์ได้นำเอาเมล็ดทานตะวันเข้ามาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร …

สุดยอด!! เมล็ดทานตะวัน เม็ดเล็กแต่ประโยชน์เยอะ Read More »

healthy-low-carbs - Copy

ดูแลสุขภาพ ง่ายๆ ด้วย อาหารไขมันต่ำ

ดูแลสุขภาพ ง่ายๆ ด้วย อาหารไขมันต่ำ ดูแลสุขภาพ ง่ายๆ ด้วย อาหารไขมันต่ำ อาหารมีหลากหลายประเภทมีทั้งอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทางที่ดีควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะดีที่สุด เพราะนอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้วยังทำให้คุณมีภูมิต้านทานต่อการเป็นโรคต่างๆได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย สำหรับวันนี้เราได้นำอาหารประเภทไขมันต่ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆได้ดีมาฝากกันรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย อาหารไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพ ผักใบเขียว เป็นผักที่มีวิตามินเอและใยอาหารสูง ซึ่งผักใบเขียวบางชนิด อย่างเช่น คะน้า ผักกาดหอม กะหล่ำปลี และผักบุ้ง เป็นผักที่มีโพแทสเซียมและแคลเซียม ที่ช่วยให้บำรุงร่างกายและช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ธัญพืช เป็นสารอาหารที่มีไขมันต่ำที่สามารถหารับประทานได้ง่าย ธัญพืชยังส่งผลให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานจึงสามารถใช้ธัญพืชนี้เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่ใช้บำรุงและรักษาร่างกายได้อีกด้วย ปลาเนื้อขาวอย่าง ปลาดุก ปลากะพง ปลาช่อน หรือปลาน้ำจืดทั่วไป ซึ่งเป็นปลาที่มีไขมันต่ำ และมีสารอาหารที่สูง โดยอุดมไปด้วย โปรตีน วิตามินบี 12 วิตามินบี 2 และฟอสฟอรัส โดยมีคนจำนวนมากที่ใช้ปลาน้ำจืดนี้รับประทานเพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกไขมัน เพื่อใช้ในการลดน้ำหนัก แต่ต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรงนั่นเอง อกไก่ เป็นส่วนที่มีไขมันน้อยที่สุดและมีคุณค่าทางอาหารสูง อกไก่มีโปรตีนที่นำไปใช้พลังงานทันทีที่ 26 กรัม ที่สามารถนำไปสร้างกล้ามเนื้อของผผู้ที่บริโภคได้ดีที่สุด นอกจากนี้อกไก่ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 2 บี 6 …

ดูแลสุขภาพ ง่ายๆ ด้วย อาหารไขมันต่ำ Read More »

โรคมือเท้าปาก

รู้หรือไม่!! เราจะป้องกัน โรคมือเท้าปาก ให้กับเด็กๆได้อย่างไร

รู้หรือไม่!! เราจะป้องกัน โรคมือเท้าปาก ให้กับเด็กๆได้อย่างไร โรคมือเท้าปาก เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบบ่อยมากที่สุดกับเด็กๆที่ไปโรงเรียน เพราะที่โรงเรียนนั้นจะเป็นที่รวมเด็กๆหลายคน ซึ่งจะมีโอกาสในการติดเชื้อโรคนี้ได้ง่าย เพราะในช่วงที่เด็กๆเล่นกันจะมีการใกล้ชิดกัน ซึ่งเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้จะนำเอาเชื้อโรคไปติดกับเด็กอีกคน โดยมีน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเป็นตัวนำเชื้อโรคไปสู่เด็กคนอื่นๆ โรคมือเท้าปาก หากผู้ปกครองทุกคนรู้วิธีป้องกันและรักษา จะทำให้เชื้อไวรัสนี้ไม่อันตราย และจะไม่มีทางกลับมาติดให้ลูกหลายของคุณอีกต่อไป วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆเหล่านั้นมาให้กับทุกๆคนได้เข้าศึกษาดู รับรองเลยว่าจะต้องมีประโยชน์กับทุกคนอย่างแน่นอน อาการเริ่มต้นของโรคมือเท้าปากมีดังนี้ เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากจะป่วยโดยมีอาการเริ่มไข้ จากนั้นก็เริ่มมีแผลในปาก เด็กจะรู้สึกเจ็บปากเหมือนเป็นร้อนใน เด็กจะกินอะไรไม่ค่อยได้ น้ำลายไหล เพราะมีอะไรไปสัมผัสภายในช่องปากก็จะเจ็บไปหมด เริ่มมีผื่นเป็นจุดแดงๆขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และตามลำตัวไม่ว่าจะเป็นต้นขาหรือต้นแขน เมื่อในช่วง 2-3 วันอาการจะอยู่ในช่วงที่หนักและจะค่อยๆหายไปเองไม่เกิน 7 วัน โรคมือเท้าปากเกิดจากอะไรกันแน่ โรคนี้เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสที่มีมากกว่า 100 ชนิด แต่ในประเทศไทยจะพบว่าเด็กๆมักติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า coxsackievirus A16 บ่อยที่สุด ซึ่งจะมีความรุนแรงน้อย และสามารถหายไปเองได้เมื่อไม่ได้อยู่ในร่างกาย และเชื้อไวรัสนี้ไม่สามารถอยู่ได้เมื่อเจอกับแอลกอฮอลหรือสบู่ การที่เด็กที่ติดไวรัสจนเนโรคมือเท้าปากนั้น แสดงว่าจะต้องนำเอาเชื่อโรคเข้าไปสู่ร่างกายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การสัมผัสลิ้น และการนำเข้าโดยการขยี้ตา จึงทำให้เชื้อโรคนี้เข้าไปสู่อวัยวะภายใน และทำการกระจายตัวจึงทำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น มีวิธีรักษาโรคมือเท้าปากได้อย่างไร ก่อนอื่นเลยคือคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดมากที่สุด เมื่อลูกมีอาการเจ็บปากเจ็บคอ …

รู้หรือไม่!! เราจะป้องกัน โรคมือเท้าปาก ให้กับเด็กๆได้อย่างไร Read More »

รู้ทัน!! โรคเบาหวาน พร้อมวิธีปฏิบัติเมื่อเป็นเบาหวาน

รู้ทัน!! โรคเบาหวาน พร้อมวิธีปฏิบัติเมื่อเป็นเบาหวาน

รู้ทัน!! โรคเบาหวาน พร้อมวิธีปฏิบัติเมื่อเป็นเบาหวาน รู้ทัน!! โรคเบาหวาน พร้อมวิธีปฏิบัติเมื่อเป็นเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นผู้ป่วยที่สูงอายุ แต่สำหรับผู้ป่วยในช่วงวัยรุ่นหรือกลางคน ก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน การป่วยเป็นโรคเบาหวานนี้บอกเลยว่าเป็นอันตรายกับชีวิตมากๆ โดยเฉพาะคนที่จะต้องออกไปทำงานหรือทำงานหนักๆ เพราะโรคเบาหวานจะส่งผลเสียกับการทำงานของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการดูแลร่างกายและควบคุมอาหารได้เป็นอย่างดี จะช่วยให้คุณไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆในการที่ช่วยป้องกันโรคเบาหวานและวิธีดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้กับทุกคนได้เข้ามาดูกัน โรคเบาหวานคืออะไร โรคเบาหวาน คือโรคที่ร่างกายได้รับระดับน้ำตาลมากเกินไป โดยร่างกายได้มีอาการผิดปกติ ผลิตฮอร์โมนอินซูลินที่ผิดปกติไป จึงทำให้ร่างกายนำเอาน้ำตาลส่วนหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถใช้งานได้ เข้าไปในเลือด จึงส่งผลให้เลือดมีปริมาณน้ำตาลที่สูงเกินไป จะส่งผลให้หลอดเลือดถูกทำลาย และเข้าสู่สภาวะเบาหวานที่รุนแรงมากขึ้น ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นเบาหวานได้มากที่สุด ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี มีความเสี่ยงที่เป็นเบาหวานกันทั้งหมด ผู้มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน ผู้ที่มีกรรมพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นทางพ่อหรือไม่ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน คนที่มีมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ คุณแม่ตั้งครรภ์และคนที่มีประวัติคลอดทารกเกิน 4 กิโลกรัม คนที่มีป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด คนที่มีความนิยมในการกินอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม การรักษาโรคเบาหวาน โรคเบาหวานคือโรคที่มีปริมาณในเลือดสูง เราจะต้องมีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีกว่าเดิม ไม่กินอาหารหวานหรือรับประทานอาการที่มีประโยชน์เท่านั้น โดยที่คุณจะต้องดูว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้น มีน้ำตาลเท่าไหร่ จะช่วยให้เราดูแลระดับน้ำตาลในเลือดได้ง่ายขึ้น งดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ร่างกายของคุณและปริมาณในเลือดแย่ลงอย่างแน่นอน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ …

รู้ทัน!! โรคเบาหวาน พร้อมวิธีปฏิบัติเมื่อเป็นเบาหวาน Read More »

ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง

ข้อมูลน่ารู้!! เกี่ยวกับ โรคความดันโลหิตสูง

ข้อมูลน่ารู้ เกี่ยวกับ โรคความดันโลหิตสูง ข้อมูลน่ารู้ เกี่ยวกับ โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคนี้มักจะพบมากที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นผู้ป่วยที่มีร่างกายที่ใช้งานมาหนัก ขาดการบำรุงและเอาใจใส่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย อ้วน และชอบรับประทานอาหารรสจัด โรคความดันโลหิตสูงนั้นจะแตกต่างกับคนที่มีความดันสูงคือ คนที่มีความดันสูงนั้นมีสาเหตุจากร่างกายมีการใช้พลังงานที่หนัก ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและสูบฉีดเลือดเร็วขึ้น แต่พอร่างกายเข้าสู่ในสภาวะปกติ ความดันเลือดก็จะเป็นปกติทุกอย่าง แต่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงนั้น ร่างกายจะสร้างแรงดันเลือดที่สูงกว่าค่าปกติตลอดเวลา จึงส่งผลทำให้ ปวดศีรษะ วิงเวียน ตาพร่ามัว อ่อนเพลีย เหนื่อยและนอนไม่หลับ การรักษาอาการของโรคนี้ คุณจะต้องได้รับยาอย่างเหมาะสม วันนี้เราจึงมีตัวยารักษาโรคความดันโลหิตสูงมาแนะนำให้กับผู้ป่วยให้เข้าใจ ว่ามีตัวยาอะไรบ้างที่สามารถใช้รักษาโรคนี้ได้ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มยาขับปัสสาวะ เป็นยาที่ช่วยในการขับเกลืออกจากร่างกายโดยการปัสสาวะ ผู้ป่วยจะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะร่างกายจะขาดน้ำ กลุ่มยาปิดกั้นการไหลของแคลเซียมเข้าสู่เซลล์ จะช่วยให้กล้ามเนื้อในหลอดเลือกคลายตัว ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือกขยายตัวได้ด้วย กลุ่มยายับยั้งการสร้างแอนจิโอแทนซิน จะส่งผลให้หลอดการหดตัวของหลอดเลือดจึงเกิดน้อยลง ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ กลุ่มยาขัดขวางการจับตัวรับแอนจิโอแทนซิน ผลของการขัดขวางไม่ให้แอนจิโอแทนซินจับกับตัวรับนี้จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตจึงลดลง กลุ่มยาปิดกั้นเบต้า กลุ่มยานี้มักจะไม่ค่อยใช้กันเท่าไหร่นัด เพราะจะทำให้กัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตต่ำลง และส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ กลุ่มยาปิดกั้นแอลฟ่า เป็นยาที่มีผลกับระบบประสาท ที่ส่งผลให้หกล้ามเนื้อในหลอดเลือดขยายตัว จะทำให้ความดันโลหิตลดลง กลุ่มยาขยายเส้นเลือดแดง ยาที่มีมีผลกับการขยายหลอดเลือดโดยตรง …

ข้อมูลน่ารู้!! เกี่ยวกับ โรคความดันโลหิตสูง Read More »

ริดสีดวง

รู้ไว้ใช่ว่า โรคริดสีดวง อะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง

รู้ไว้ใช่ว่า โรคริดสีดวง อะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง โรคริดสีดวง อะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง ระบบการขับถ่าย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งระบบสำคัญของร่างกาย ถ้าหากเรามีระบบขับถ่ายที่ไม่ค่อยดีนัก แน่นอนว่ามันสร้างความทุกข์ใจ และไมสบายกายให้เราอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวง ที่ต้องแบกรับความทรมานทุกครั้งที่ต้องขับถ่าย เพราะฉะนั้นการดูแลตนเองทางด้านอาหารการกินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มนี้ ว่าแต่จะมีอาหารอะไรบ้างที่เหมาะสมสำหรับผู้เป็นโรคริดสีดวงที่เมื่อรับประทานแล้วจะเกิดผลดี และจะมีอาหารประเภทใดบ้างที่ควรเลี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้อาการริสีดวงกำเริบ ไปดูกันเลย พฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง โรคริดสีดวงเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเราในทุกๆวัน แบบซ้ำๆ เดิมๆ ซึ่งก็คือ อาการท้องผูกเรื้อรัง การนั่งแช่ในห้องน้ำเป็นเวลานาน การเบ่งอุจจาระแรงเกินไป  การตั้งครรภ์ การยกของหนัก การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง และถ้าหากมีพฤติกรรมเช่นนี้เรื่อยๆ ก็จะทำให้ไม่หายขาดจากโรคริดสีดวงเสียที ทางแก้โรคริดสีดวงที่คุณสามารถทำได้ การรับประทานอาหารคือสิ่งที่จะทำให้คุณหายจากอาการโรคริดสีดวงได้ แต่ต้องเป็นอาหารที่มีใยอาหารสูง ที่ส่งผลให้อุจจาระมีความอ่อนนิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อถ่ายท้องจะไม่ทำให้เกิดบาดแผลที่รูทวาร และถ่ายคล่อง ถ่ายง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกประเภทอาหารการกินคือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก อาหารที่ควรรับประทานเมื่อเป็นโรคริดสีดวง ธัญพืชเต็มเมล็ด และแป้งที่ยังไม่ผ่านการขัดสี เนื่องจากมีเส้นใยอาหารสูง โดยเฉพาะในข้าวโอ้ต ข้าวกล้อง และข้าวบาร์เล่ย์ การเลือกรับประทานอาหารประเภทนี้เป็นประจำจะช่วยทำให้อาการริดสีดวงดีขึ้นได้ พืชตระกูลถั่วทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ถั่วลันเตา ถั่วดำ ถั่วเหลือง หรือถั่วฝักยาว ซึ่งในถั่วนั้นมีใยอาหารสูง …

รู้ไว้ใช่ว่า โรคริดสีดวง อะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยง Read More »

ข้อควรรู้ การรับประทาน คาร์บอน แก้ท้องเสีย

ข้อควรรู้ การรับประทาน คาร์บอน แก้ท้องเสีย ข้อควรรู้ การรับประทาน คาร์บอน แก้ท้องเสีย อาการท้องเสียมักเกิดขึ้นได้หลากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่เชื้อแบคทีเรียมักปนเปื้อนอยู่ภายในอาหาร ซึ่งมาจากแมลงวันที่ชอบมาตอมอาหาร จึงทำให้อาหารที่เราได้รับประทานเข้าไปนั้นสกปรกหรือการรับประทานอาหารที่มีสารเคมีหรือสารพิษปนเปื้อน จึงเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ ผู้ที่รับประทานอาหารแบบนี้เข้าไปจะทีให้ถ่ายอุจจาระไม่หยุดและมีอาการปวดบิดอย่างมาก ร่างกายที่ขับถ่ายออกมาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เราสูญเสียน้ำจะมีความรู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งหากใครที่มีอาการหนักก็อาจจะถึงขั้นเป็นลมและถึงขั้นหัวใจล้มเหลวได้ เพราะฉะนั้นการที่เรารีบรักษาตัวเองหากเกิดอาหารท้องเสีย จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้ วันนี้เราก็มีอีกหนึ่งตัวยาที่จะช่วยให้คุณหยุดอาการท้องเสียได้มาแนะนำกันนั่นคือ ยาคาร์บอนแก้ท้องเสีย ยาคาร์บอนคืออะไร ยาคาร์บอนได้ถูกผลิตมาจากผงถ่าน ที่สามารถดูดซับสารพิษหรือสารเคมีที่เรานำเข้าสู่ร่างกายที่อาจจะมากับอาหาร ยาชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับกระเพาะอาหาร โดยการเข้าไปเกาะกับอาหารเหล่านั้น และดูดซึมเอาสารเคมีและเชื้อโรคเหล่านั้นมาเก็บไว้ และหากเราได้ทำการขับถ่ายจะช่วยให้สารเคมีและเชื้อโรคออกมากับอุจจาระของเรา นอกจากนี้ยาคาร์บอนใช้รักษากับอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และมีแก๊สในกระเพาะอาหารมากจนเกินไปได้อีกด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับยาคาร์บอนที่หลายคนมักจะเข้าใจผิด หลายคนอาจจะใช้ยาคาร์บอนนี้เพื่อให้ในการหยุดถ่าย แต่ที่แท้จริงแล้ว การกินยาคาร์บอนเข้าไปนั้นเราไม่ได้กินเพื่อวัตถุประสงค์นั้น แต่เพื่อการดูดสารพิษและถ่ายออกมานั้นเอง หากใครที่ใช้ยาคาร์บอนเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่รู้ว่าจะหยุดถ่าย อาจจะเกิดอันตรายจากสภาวะขาดน้ำได้ หากเกิดท้องร่วงหนักๆ คุณควรที่รับประทานยาคาร์บอนไปพร้อมยาหยุดถ่าย จากนั้นก็ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจะทำให้อาการท้องเสียของคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน วิธีกินยาคาร์บอนอย่างถูกวิธี คุณควรที่จะรับประทานยาคาร์บอนในช่วงที่ท้องว่างหรือหลังการรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยานี้จะเข้าไปดูซึมสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับประทานยาตามขนาดของน้ำหนักและอายุของผู้ป่วย ควรรับประทานยาคาร์บอนทุก 4-6 ชั่วโมง หรือรับประทานตามที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญสั่ง หลังจากหายจากอาการท้องเสียแล้วห้ามทำในสิ่งต่อไปนี้ ผู้ป่วยพึ่งหายป่วยจากอาการท้องเสียแล้ว …

ข้อควรรู้ การรับประทาน คาร์บอน แก้ท้องเสีย Read More »

“ อาการบวมน้ำ ” บรรเทาได้จากอาหารเหล่านี้2

“ อาการบวมน้ำ ” บรรเทาได้จากอาหารเหล่านี้

“ อาการบวมน้ำ ” บรรเทาได้จากอาหารเหล่านี้!!            สุขภาพร่างกายของคนเรามีระบบต่างๆมากมาย ซึ่งบางครั้งระบบเหล่านั้นก็ทำงานผิดปกติ นำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยที่แสดงออกทางร่างกายและอาการต่างๆ ซึ่งอีกหนึ่งอาการที่ต้องระวังและไม่ควรมองข้ามที่สามารถเกิดขึ้นได้กับร่างกายก็คือ อาการบวมน้ำ            โดยปกติแล้วอาการบวมน้ำนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการยืน เดิน หรือนั่งนานๆ และมักจะเกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นถ้าใครที่กำลังสงสัยว่าตนเองมีอาการบวมน้ำอยู่บ่อยๆ ไม่ควรพลาด เนื่องจากวันนี้เราได้หยิบเอาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่ช่วยลดอาการบวมน้ำมาฝากกันนั่นเอง อาหารที่ช่วยลดอาการบวมน้ำ หน่อไม้ฝรั่ง หาซื้อง่าย มากมายประโยชน์ ราคาไม่แพง มีการวิจัยออกมาแล้วว่าหน่อไม้ฝรั่งช่วยทำให้ร่างกายของเราขับปัสสาวะออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งการรับประทานหน่อไม้จะช่วยขับของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายได้ อีกทั้งในหน่อไม้ยังมีปริมาณโซเดียมต่ำ ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการบวมน้ำ เพราะสาเหตุส่วนหนึ่งที่เกิดอาการบวมน้ำนั้นมาจากการที่ร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป น้ำเปล่าสะอาด หลายคนอาจจะเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานน้ำว่าจะทำให้อาการบวมน้ำหนักขึ้นไปอีก ความจริงแล้ว การรับประทานน้ำจะช่วยขับโซเดียมที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ป่วยจะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันคือ ประมาณ 6-8 แก้ว/วัน ผู้ที่มีอาการบวมน้ำต้องเข้าใจเสียใหม่ และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะงดดื่มน้ำ เพราะกลัวอาการหนักขึ้น และสำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ควรดื่มน้ำให้มากกว่าระดับปกติจะส่งผลดีต่อร่างกายและลดาการบวมน้ำได้ คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งขัดสี ไม่ควรรับประทาน เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว น้ำตาลทรายขาว …

“ อาการบวมน้ำ ” บรรเทาได้จากอาหารเหล่านี้ Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save