ลดน้ำหนัก

เทรนด์การกินอาหารในปี 2021

เทรนด์การกินอาหารในปี 2021 เทรนด์การกินอาหารในปี 2021             ในปีที่ผ่านมาเกิดเทรนด์การกินยอดนิยมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบคีโต การกินเพื่อส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน การกินเพื่อลดการสร้างขยะให้กับโลก แต่ทั้งหมดยังคงมุ่งเน้นไปที่การกินเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี เช่นเดียวกันในปีนี้เทรนด์การกินบางอย่างยังคงดำเนินต่อไป และมีเทรนด์ใหม่กำลังจะตามมา ซึ่งเทรนด์การกินอาหารในปี 2021 นี้มีอะไรกันบ้างเรามีมาฝากกันดังนี้ 1. การปลูกผักตามฤดูกาลกินเอง             การปลูกผักง่าย ๆ ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้ประหยัดเงินในกระเป๋าแล้วยังช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีด้วย เพราะผักที่ปลูกเองจะสัมผัสกับสารพิษในอุตสาหกรรมเกษตรน้อยทำให้ร่างกายปลอดภัยจากสารเคมี อีกทั้งผักเหล่านี้ยังเจริญงอกงามได้ดีตามฤดูกาลอีกด้วย ทำให้คุณรู้สึกภูมิใจกับการเติบโตของมันและกินมันอย่างมีความสุขและสบายใจ 2. กินอาหารเพื่อสุขภาพจริง ๆ มากกว่าการกินเพื่อแฟชั่น หลายปีที่ผ่านมาหลายคนกินเพื่อสุขภาพตามเทรนด์มากกว่าการกินเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างจริงจัง การกินเพื่อสุขภาพตามเทรนด์นั้นหากปราศจากความจริงจังเพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ทำให้หลายคนหยุดมันเมื่อเทรนด์ใหม่เข้ามาแทนที่ และในปี 2021 นี้เทรนด์การกินจึงมุ่งเน้นไปที่การกินเพื่อการมีสุขภาพที่ดี 3. การกินเพื่อสนับสนุนสุขภาพจิต หลายคนต้องการอาหารเพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตที่ดี ร่วมกับสุขภาพที่ดีด้วย เช่น การรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนคุณภาพสูงมีทริปโตเฟนซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตเซโรโทนินในสมอง หรืออาหารอื่น ๆ ที่สามารถส่งเสริมการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพหรือควบคุมระดับพลังงาน เป็นต้น 4. อาหารที่ผลิตในท้องถิ่น             ในปี 2020 และ 2021 การกินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่นของตนเองยังคงไม่หายไป เพราะนอกจากจะได้บริโภคอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาลแล้วยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย …

เทรนด์การกินอาหารในปี 2021 Read More »

7 เคล็ดลับในการสลายไขมันหน้าท้อง

7 เคล็ดลับในการสลายไขมันหน้าท้อง 7 เคล็ดลับในการสลายไขมันหน้าท้อง             หากคุณมีไขมันหน้าท้องหรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นที่ท้าทายในการกำจัดให้หมดไป ลองนำเคล็ดลับทั้ง 7 นี้ไปปฏิบัติเพื่อช่วยในการสลายไขมันหน้าท้องให้เร็วขึ้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้ 1. กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไฟเบอร์ กินอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น เพราะไฟเบอร์เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการควบคุมน้ำหนัก ไฟเบอร์ใช้เวลาย่อยนานจึงช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดลง หากคุณกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้น และเมื่อน้ำตาลในเลือดลดลงร่างกายจะส่งสัญญาณความหิวซึ่งทำให้คุณกินมากเกินไป ไฟเบอร์ยังมีส่วนช่วยให้รู้สึกอิ่มและช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย จึงช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้ดี การศึกษาในปี 2544 พบว่าการบริโภคไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้เพิ่มขึ้น 10 กรัม จะช่วยลดขนาดเอวที่เพิ่มขึ้น 3.7% ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักที่มีสีสันสดใส ผักใบเขียว ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่ ถั่วเลนทิล และพืชตระกูลถั่ว รวมถึงไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและระดับอินซูลิน ได้แก่ มะกอก ถั่ว ธัญพืช อาโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันถั่วลิสง เพราะไขมันที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยต่อสู้กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่พวกมันมีไขมันมากดังนั้นจึงควรใช้เท่าที่จำเป็น โอเมก้า 3 อาหารที่มีโอเมก้า 3 …

7 เคล็ดลับในการสลายไขมันหน้าท้อง Read More »

ผลไม้ที่เหมาะกับอาหารคีโต (Keto)

ผลไม้ที่เหมาะกับอาหารคีโต (Keto) ผลไม้ที่เหมาะกับอาหารคีโต (Keto)             อาหารคีโตเจนิกเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยหลักการของคีโตนั้นจะเน้นการจำกัดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เน้นการรับประทานอาหารที่มีไขมัน ซึ่งอาหารคีโตได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในต่างประเทศหรือแม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน             ข้อควรระวังสำหรับการรับประทานคีโตคือ จำกัดการกินคาร์โบไฮเดรตจากอาหารบางประเภท ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าอาหารประเภทใดสามารถกินได้หรือไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะความเข้าใจผิดในผลไม้บางชนิดที่พบว่าคีโตสามารถทานได้หรือไม่ เนื่องจากผลไม้ที่มีรสหวานส่วนใหญ่ล้วนมีน้ำตาลสูง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อน้ำตาลสูงก็ย่อมเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรตได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น ผลไม้ที่นำมาฝากกันนี้จึงเป็นผลไม้ที่นอกจากจะเหมาะกับสาวกคีโตแล้ว ยังมีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตต่ำซึ่งคีโตสามารถทานได้ มีดังต่อไปนี้ อะโวคาโด จัดว่าเป็นผลไม้ยอดนิยมของอาหารคีโตเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อสุขภาพ (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) วิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ ยังมีคาร์โบไฮเดรตต่ำด้วย ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานคือ ⅓ ของผลอะโวคาโด ปริมาณดังกล่าวจะให้คาร์โบไฮเดรต ประมาณ 1 กรัม แม้ว่ามันจะมีแคลอรี่สูง แต่ก็อนุญาตให้เป็นผลไม้ที่สามารถทานได้ในอาหารคีโต แบล็กเบอร์รี่ หลายคนอาจมีอาการท้องร่วงจากการกินอาหารคีโต หรืออาหารท้องผูก ซึ่งอาการเหล่านี้สัมพันธ์กับการกินอาหารที่มีไฟเบอร์ไม่เพียงพอ และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดจึงต้องรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง และแบล็กเบอร์รี่ก็เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เพราะแบล็กเบอร์รี่หนึ่งถ้วยมีไฟเบอร์เกือบ 8 กรัม หรือ 1 ใน 3 ของปริมาณไฟเบอร์ที่แนะนำให้กินต่อวัน นอกจากนี้ แบล็กเบอร์รี่หนึ่งถ้วยมีคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 6 กรัม …

ผลไม้ที่เหมาะกับอาหารคีโต (Keto) Read More »

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมัทฉะ (Matcha)

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมัทฉะ (Matcha) สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมัทฉะ (Matcha) มัทฉะ (Matcha) เป็นชาผงที่ได้จากการบดใบชาเขียวทั้งใบอย่างละเอียดแล้วนำมาชงดื่มกับน้ำร้อน แตกต่างจากชาเขียวที่ชงทั้งใบแล้วทิ้งกาก มัทฉะจึงมีรสชาติขมกว่าชาเขียวแบบดั้งเดิม ประกอบกับมัทฉะมีขั้นตอนในการชงที่พิถีพิถัน สะท้อนถึงวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานของชาวญี่ปุ่น แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามัทฉะมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร มัทฉะ (Matcha) มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มัทฉะ ทำจากชาคุณภาพสูง จึงมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าชาเขียวทั่วไป แม้ว่ามัทฉะจะมีวิตามินและแร่ธาตุเพียงเล็กน้อย แต่มัทฉะกลับอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอล ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด รวมไปถึงควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และต่อต้านริ้วรอย นอกจากนี้ โพลีฟีนอลอีกชนิดหนึ่งในมัทฉะที่เรียกว่า EGCG มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าช่วยเพิ่มการเผาผลาญและชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง มัทฉะมีคาเฟอีน เนื่องจากมัทฉะได้จากชาทั้งใบ ดังนั้นจึงทำให้มีคาเฟอีนมากกว่าชาที่ชงดื่มแล้วทิ้งกากถึง 3 เท่า ซึ่งเท่ากับปริมาณกาแฟที่ชงหนึ่งถ้วย เมื่อเทียบปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับจากกาแฟแล้ว คาเฟอีนในมัทฉะจะทำให้ร่างกายสงบกว่าเพราะมีสารธรรมชาติที่เรียกว่าแอล – ธีอะนีน ทำให้ผ่อนคลายและไม่ง่วง อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการนอนหลับให้สบาย ควรงดดื่มมัทฉะหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน มันจะช่วยทำให้คุณหลับสบายยิ่งขึ้น ฝึกการใช้สมาธิ การชงชาแบบญี่ปุ่นมีความเกี่ยวข้องกับวิถีทางของเซนมาช้านาน และขั้นตอนของการชงชานั้นแสดงถึงการทำสมาธิ และมีสติ เพราะการทำสมาธิไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตามล้วนมีประโยชน์ เช่น ลดความเครียด และทำให้มองโลกในแง่ดี มีจิตใจที่เบิกบานขึ้น ไม่ดื่มมัทฉะผสมกับนมและน้ำตาล …

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมัทฉะ (Matcha) Read More »

มังสวิรัติดีต่อสุขภาพอย่างไร

มังสวิรัติดีต่อสุขภาพอย่างไร มังสวิรัติดีต่อสุขภาพอย่างไร             อาหารมังสวิรัติได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้คน โดยเฉพาะคนที่เคร่งครัดเรื่องสุขภาพย่อมให้ความสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษต่อการรับประทานอาหารที่ได้จากพืชมากกว่าเนื้อสัตว์ หลายที่ยังไม่เคยได้ลิ้มรสชาติอาหารมังสวิรัติอาจมีความวิตกกังวลว่าจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอหรือไม่จากการรับประทานอาหารประเภทนี้ โดยเฉพาะหากงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ ร่างกายจะได้รับโปรตีนจากอะไร             แท้จริงแล้วอาหารมังสวิรัติไม่ได้มีโทษต่อร่างกายโดยเฉพาะประเด็นการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแต่อย่างใด เพราะร่างกายยังคงได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เช่น โปรตีนจากถั่วต่าง ๆ คาร์โบไฮเดรตชั้นดีจากธัญพืช วิตามินและเกลือแร่จากผัดสดและผลไม้ เป็นต้น             ในปัจจุบันมีการบริโภคอาหารมังสวิรัติหลายแบบ หากเคร่งครัดมากก็อาจจะไม่แตะต้องอาหารหรือสิ่งของที่ทำจากสัตว์ แต่สำหรับมังสวิรัติบางกลุ่มอนุญาตให้มีการรับประทานไข่ นม จำกัดเนื้อสัตว์บางประเภท หรือแม้แต่การรับประทานมังสวิรัติบางช่วงเวลาซึ่งหมายถึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติมันอย่างเต็มที่ซึ่งการทำเช่นนี้เรียกว่า การรับประทานกึ่งมังสวิรัติ             การรับประทานกึ่งมังสวิรัติ เหมาะสำหรับคนที่ยังอยากรับประทานอาหารที่มาจากสัตว์ แต่ก็ถูกจำกัดขอบเขตของการรับประทานลง และเน้นที่การรับประทานอาหารที่ได้จากพืชเป็นหลัก ในบางกรณีคุณอาจรับประทานอาหารตามปกติสลับกับเมนูมังสวิรัติ สำหรับข้อดีของการรับประทานมังสวิรัติ คือ อาหารจากพืชช่วยเสริมสุขภาพของคุณ การรับประทานอาหารที่ได้จากพืชมากขึ้นและกินอาหารที่ได้จากสัตว์น้อยลง พบว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและทำให้ดัชนีมวลกายและน้ำหนักลดลง เป็นทำให้สุขภาพร่างกายดี นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เพราะโปรตีนจากสัตว์เพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจหลายประการ ทั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับไขมันและคอเลสเตอรอล LDL ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นด้วย อาหารมังสวิรัติช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การกินอาหารจากสัตว์น้อยลงช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัว เป็นต้น จากการศึกษาในปี 2019 พบว่าอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 40% เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารจากพืชนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้วยังดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เริ่มต้นทานอาหารมังสวิรัติอย่างไร ขั้นแรก สร้างแผนการรับประทานอาหาร …

มังสวิรัติดีต่อสุขภาพอย่างไร Read More »

อาหาร 8 อย่าง ที่สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้

อาหาร 8 อย่าง ที่สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ อาหาร 8 อย่าง ที่สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ อาหารอร่อยที่ช่วยคุณลดน้ำหนักหรอ ? มันจะมีจริงมั้ยนะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่ายๆ แค่คุณต้องกินแคลอรี่น้อยกว่าที่คุณเผาผลาญ อาหารบางชนิดสามารถช่วยลดน้ำหนักตัวได้ เพราะอาหารเหล่านี้ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้นและช่วยลดความอยากอาหารลงได้ 1. ถั่ว ถั่วราคาไม่แพง มีชนิดที่หลากหลายและเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี แถมถั่วยังมีไฟเบอร์สูงและย่อยช้า นั่นหมายความว่าคุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณหยุดกินมากขึ้น สำหรับอาหารว่างที่ดีระหว่างวิ่งให้หยิบอัลมอนด์ถั่วลิสงวอลนัทหรือพีแคนสักกำมือเล็กน้อย การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเมื่อคนเคี้ยวถั่วพวกเขาจะกินน้อยลงโดยอัตโนมัติในมื้อต่อ ๆ ไป 2. ซุป เริ่มมื้ออาหารด้วยซุปสักถ้วย แล้วคุณอาจจะกินน้อยลง ไม่สำคัญว่าซุปจะเป็นก้อนหรือน้ำซุปข้นตราบใดที่เป็นน้ำซุป คุณต้องการให้ซุปอยู่ที่ 100 ถึง 150 แคลอรี่ต่อมื้อ ดังนั้นอย่าใช้ครีมและเนยผสมลงไปเด็ดขาด 3. ดาร์กช็อกโกแลต ต้องการเพลิดเพลินกับช็อกโกแลตระหว่างมื้ออาหารหรือไม่? ลองเลือกดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งในการศึกษาหนึ่ง พบว่า คนรักช็อกโกแลตที่ได้รับดาร์กช็อกโกแลต จะกินพิซซ่าน้อยลง 15% ช้ากว่าคนที่กินช็อกโกแลตนมเพียงไม่กี่ชั่วโมง 4. ผักบด คุณสามารถเพิ่มผักให้มากขึ้นในอาหารของคุณ และลดแคลอรี่ที่คุณกำลังรับประทานได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน เมื่อลองเพิ่มกะหล่ำดอกและบวบบดละเอียดลงในอาหาร พบว่าแคลอรี่น้อยลง 200 ถึง …

อาหาร 8 อย่าง ที่สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้ Read More »

How to ลดน้ำหนักใน 14 วัน ทำได้จริงมั้ย?

How to ลดน้ำหนักใน 14 วัน ทำได้จริงมั้ย? How to ลดน้ำหนักใน 14 วัน ทำได้จริงมั้ย? วิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักคืออะไร? หากคุณกำลังต้องการลดน้ำหนักคุณอาจสงสัยว่าคุณจะลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยแค่ไหนในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ แหล่งที่เชื่อถือได้ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) แนะนำให้พยายามลดน้ำหนักระหว่าง 0.5- 1 kg/สัปดาห์ การลดน้ำหนักในอัตราที่ช้าและสม่ำเสมอนั้นดีกว่าสำหรับร่างกายของคุณ  เมื่อคุณลดน้ำหนักเร็วเกินไปคุณจะสูญเสียน้ำหนักส่วนใหญ่เนื่องจากการพร่องของไกลโคเจน น้ำหนักประเภทนี้จะกลับคืนมาอย่างรวดเร็วเมื่อคุณเรียกคืนไกลโคเจน น้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสินสุขภาพของคุณจากตัวเลขบนเครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรรักษาน้ำหนักให้เหมาะสมกับประเภทร่างกายของคุณ เคล็ดลับการลดน้ำหนัก มีหลายวิธีในการลดน้ำหนัก แต่โดยทั่วไปแล้วสูตรง่ายๆคือกินเพื่อสุขภาพและเคลื่อนไหวให้มากขึ้น อย่าจมอยู่กับอาหารแฟชั่นหรือเทรนด์การออกกำลังกาย ให้เลือกพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกายที่ถูกใจคุณแทน การนับแคลอรี่ ทุกคนต่างกัน แนะนำแหล่งที่เชื่อถือได้รับประทานอาหารวันละ 1,000 ถึง 1,200 แคลอรี่สำหรับผู้หญิงและประมาณ 1,600 แคลอรี่ต่อวันสำหรับผู้ชาย คุณลดน้ำหนักเมื่อร่างกายรับแคลอรี่น้อยกว่าที่เผาผลาญ เน้นโภชนาการไม่ใช่แคลอรี่ แต่คุณควรจำไว้ว่าอาหารสดที่มีคุณค่าทางโภชนาการมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าอาหารแปรรูป อาหารที่สมดุลคืออะไร? » มุ่งเป้าไปที่การออกกำลังกายแบบผสมผสาน อย่าตกเป็นทาสของคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียว แต่ให้แน่ใจว่ากิจวัตรการออกกำลังกายของคุณรวมถึงการฝึกด้วยแรงต้านไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำหนักตัวหรือน้ำหนักจริง – คาร์ดิโอและการยืดกล้ามเนื้อจำนวนมาก ตั้งเป้าออกกำลังกาย 30 ถึง 90 นาทีต่อวันและหยุดอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม …

How to ลดน้ำหนักใน 14 วัน ทำได้จริงมั้ย? Read More »

กินอาหารคีโตเจนิกเป็นเวลา 30 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

กินอาหารคีโตเจนิกเป็นเวลา 30 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร กินอาหารคีโตเจนิกเป็นเวลา 30 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ทำอาหาร Keto ได้อย่างไร 4 สิ่งที่ช่วยให้เริ่มต้นได้จริงมีดังนี้ เป้าหมาย แผน เน้นทานคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น มีเพื่อนที่รับผิดชอบ เมื่อเราเริ่มลดน้ำหนักประมาณหนึ่งเดือน โดยมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก 5 kg เนื่องจากอาหารแคลอรี่ต่ำสามารถลดน้ำหนักได้ถึง  1 kg ต่อสัปดาห์ 5 kg ในช่วง 4 สัปดาห์จึงไม่รู้สึกรุนแรง ถ้าอาหารคีโตดีเท่าที่เคยมีมาฉันคิดว่า 5 kg น่าจะง่าย เราสามารถใช้เครื่องคำนวณคีโตออนไลน์เพื่อตั้งเป้าหมายแคลอรี่คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นไขมัน เครื่องคิดเลขแนะนำไขมันมากกว่า 200 กรัมในแต่ละวัน อาหารคีโตเป็นอาหารที่มีไขมันสูงและคาร์โบไฮเดรตต่ำ จะอธิบายว่ามันเป็นคาร์โบไฮเดรตต่ำมากคุณได้รับอนุญาตให้กินเพียง 20 กรัมต่อวัน บางคนที่ทานคีโตทำตามแผนคาร์โบไฮเดรตสุทธิ (คุณสามารถลบกรัมของไฟเบอร์ออกจากคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดของอาหาร) และคุณได้รับอนุญาตให้กินคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นในหนึ่งวัน สำหรับอาหาร 30 วัน อาหารนั้นจะซ้ำซากนิดหน่อย การกินเบคอนชีสไข่และเนื้อสัตว์ (ส่วนใหญ่สเต็กและไก่) สำหรับผู้ที่มีปรัชญาการรับประทานอาหารโดยทั่วไปแล้วจะเน้นไปที่พืชเป็นหลักและเน้นอาหารทั้งหมดการรับประทานผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูแปรรูปทุกเช้าจึงได้รับการชักชวนส่วนบุคคล นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจอย่างสมบูรณ์เพราะการกินเบคอนหลายชิ้นทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในตอนท้ายจะขัดกับทุกสิ่งที่ได้รับการสอนเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล นี่อาจเป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำมาก …

กินอาหารคีโตเจนิกเป็นเวลา 30 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร Read More »

เคล็ดลับสำหรับการมีสุขภาพดี

เคล็ดลับสำหรับการมีสุขภาพดี เคล็ดลับสำหรับการมีสุขภาพดี             สุขภาพดีเปรียบเสมือนชีวิตที่มั่งคั่ง เพราะไม่ว่าคุณจะร่ำรวยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพดีได้ ดังนั้นอยากมีสุขภาพดีจึงต้องระวังและรักษาไว้ให้ดี สำหรับเคล็ด (ไม่) ลับในการมีสุขภาพที่ดี ที่นำมาฝากกันนี้ เป็นวิธีที่ง่ายต่อการปฏิบัติอย่างยิ่ง ซึ่งมี 9 ข้อด้วยกันดังนี้ 1. รักษาสมดุลของอาหาร การบริโภคอาหารเพียงพอไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีเสมอไป แต่ต้องเลือกอาหารที่เหมาะสมด้วย ทั้งยังควรปรับสมดุลของมื้ออาหารให้มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น มีการผสมผสานโปรตีน แร่ธาตุ เหล็ก วิตามิน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และไขมัน (ไขมันดี) เข้ากับอาหารในแต่ละมื้อ ดังนั้นอาหารในแต่ละมื้อจึงควรประกอบด้วย เมล็ดธัญพืช นม ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อปลา สัตว์ปีก ไข่ ผักและผลไม้สด เพื่อการบริโภคอาหารที่สมดุล 2. ดูแลใส่ใจอาหารของคุณ การรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ แม้หลายคนจะเชื่อว่าการลดน้ำหนักด้วยการงดอาหารเช้าจะทำให้ผอม แต่ความจริงแล้วไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพนัก อาหารเช้าที่ดีควรประกอบด้วยธัญพืช ผักสดตามฤดูกาล โปรตีน ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น หลีกเลี่ยงไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อาหารแปรรูปต่าง ๆ เพราะอาหารเหล่านี้มีแคลอรี่สูง มีไขมันอิ่มตัวซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ควรกินผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุ …

เคล็ดลับสำหรับการมีสุขภาพดี Read More »

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกการหายใจ สมาธิ และจิตใจอีกด้วย หากคุณมีความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิต การออกกำลังกายด้วยโยคะจะช่วยผ่อนคลายความเครียดลง ตลอดจนความโศกเศร้าหรือเศร้าหมอง และท่าโยคะทั้งหมดนี้จะช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลในร่างกายลงได้ การฝึกโยคะนอกจากจะทำได้เงียบ ๆ แล้ว คุณยังสามารถเปิดเพลงช้า ๆ เบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กับการทำท่าโยคะอีกด้วย ซึ่งท่าโยคะที่จะแนะนำกันมีดังนี้ Seated side bend (การโค้งงอด้านข้าง) นั่งบนเสื่อโยคะหรือพื้นด้วยท่าขัดสมาธิ วางมือขวาไว้บนพื้น ยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะงอเอวไปทางขวา และมองขึ้นไปบนฟ้า ทำเช่นนี้ค้างไว้ 3-5 ครั้ง จากนั้นจึงสลับข้าง Downward dog ดันพื้นบนเสื่อแล้วยกสะโพกขึ้นไปทางด้านหลัง จากนั้นกดมือและเท้าลงบนเสื่อโดยที่สะโพกยังคงลอยอยู่ ท่านี้อาจทำเข่าให้ตรงหรืองอก็ได้ จากนั้นกลั่นหายใจ 5 ครั้ง Extended side angle ยืนบนเสื่อด้วยการแยกเท้าออกจากกัน ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าและให้ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า โดยให้เท้าซ้ายหันเข้าประมาณ 45 องศา และงอเข่าขวา 90 องศา ให้ต้นขาขนานกับพื้น จากนั้นเอนไปด้านข้าง นำแขนขวาไปที่ต้นขาขวาหรือมือขวาไปที่เสื่อโยคะ …

ท่าโยคะสำหรับผ่อนคลายความเครียด Read More »