ความสวยความงาม

ทราบได้อย่างไรว่าร่างกายขาดคอลลาเจน

ทราบได้อย่างไรว่าร่างกายขาดคอลลาเจน ทราบได้อย่างไรว่าร่างกายขาดคอลลาเจน ร่างกายต้องการคอลลาเจนในการสร้างผิวหนัง ข้อต่อ และเอ็นกระดูก ประโยชน์ของคอลลาเจนยังช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด แต่น่าเสียดายว่าอายุที่มากขึ้นและการรับประทานอาหารที่ไม่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ลดการผลิตคอลลาเจนของร่างกายได้ นอกจากนี้ ภูมิต้านบางอย่างและการป่วยด้วยโรคบางชนิดมีผลต่อการสร้างคอลลาเจน เช่น โรคหลอดเลือด โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เส้นโลหิตตีบ เป็นต้น ในร่างกายมีคอลลาเจนที่แตกต่างกันอย่างน้อย 16 ชนิด และรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ Type I ถึง Type IV และ 90% ในร่างกายมนุษย์คือ Type I ซึ่งเป็นโครงสร้างรองรับกระดูก ฟัน เส้นเอ็น กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน คอลลาเจน Type II มีความยืดหยุ่นกว่าและให้การรองรับข้อต่อ กันกระแทก Type III พบได้ในหลอดเลือดแดงและอวัยวะอื่น ๆ ขณะที่ Type IV ส่วนใหญ่พบในชั้นต่าง ๆ ของผิวหนัง             ยิ่งอายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง และคุณภาพของคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตได้ก็จะลดลงตามอายุ และเราจะทราบได้อย่างไรว่าร่างกายขาดคอลลาเจน เมื่อร่างกายขาดคอลลาเจนจะพบปัญหา คือ ริ้วรอย ผิวหนังหย่อนคล้อย …

ทราบได้อย่างไรว่าร่างกายขาดคอลลาเจน Read More »

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม วัยทำงาน คือ วัยที่เราจะต้องใช้สุขภาพร่างกายค่อนข้างเปลือง เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงและมีความพร้อมอยู่เสมอ เพราะถ้าหากเราใช้ร่างกายเปลือง ไม่มีการบำรุงดูแล เมื่อถึงช่วงเวลาเสื่อมโทรมของร่างกายก็จะฟื้นฟูสุขภาพให้กับมาดีเช่นเดิมได้ยาก เพราะฉะนั้นควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้เลยจะดีที่สุด สำหรับวัยทำงานเรามักจะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา บางคนต้องทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูล ก็จะต้องเจอกับแสงแดด และลม อย่างแน่นอน และเชื่อว่าหลายคนจะต้องเกิดอาการตาแห้ง จนทำให้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ซึ่งวันนี้เราก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจของอาการตาแห้งนี้มาแนะนำกัน ลองไปดูรายละเอียดกันเลย รายละเอียดเกี่ยวกับอาการ ตาแห้ง ในวัยทำงานที่ควรรู้ อาการตาแห้งคืออะไร อาการตาแห้ง คืออาการที่ทำให้ตารู้สึกระคายเคือง เมื่อมีลมพัดผ่านเบา ๆ ก็ทำให้แสบตาได้ และหากนั่งทำงานในห้องแอร์ก็มักจะรู้สึกตาแห้งอย่างชัดเจน และจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กระพริบตา โดยสัญญาณเตือนที่อาจจะบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคตาแห้ง นั่นคืออาการปวดแสบปวดร้อนที่ตา  ตาแดง น้ำตาไหลย้อย ตาฝ้าฟาง เป็นต้น อาการตาแห้งเกิดจากอะไรอาการตาแห้งเป็นอาการที่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และผู้ที่อยู่ในวัยสูงอายุ ซึ่งการตาแห้งนี้เกิดจาก การใช้สายตามากเกินไปในระยะที่ใกล้กับคอมพิวเตอร์ หรือเกิดจากผู้ใช้ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานที่มีผลทำให้ตาแห้ง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากการศัลยกรรมอีกด้วย เนื่องจากการตัดต่อมไขมันเปลือกตาไปแล้ว จึงทำให้ตามักมีอาหารแห้ง …

ทำความรู้จักอาการ “ ตาแห้ง ” ในวัยทำงานที่ไม่ควรมองข้าม Read More »

สเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์

สเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์

สเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์ สเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรลออนและสเปรย์ระงับกลิ่นกายมีสารเคมีที่ช่วยยับยั้งการเกิดเหงื่อและลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นกาย ที่นานวันอาจส่งผลต่อผิวใต้วงแขน เพราะเมื่อเหงื่อออกจะทำปฏิกิริยากับสารเคมีทำให้เกิดคราบดำใต้วงแขน การดีท็อกซ์รักแร้ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากและหลายคนละเลยที่จะทำมัน เพราะคิดว่าการใช้โรลออนหรือสเปรย์ดับกลิ่นกายก็น่าจะเพียงพอต่อการดูแลผิวใต้วงแขนแล้ว และเพื่อเป็นการดูแลแก้ปัญหาผิวใต้วงแขนหมองคล้ำ ลดการสะสมของคาบดำ จึงขอแนะนำสูตรการทำสเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์ ที่จะช่วยลดการสะสมของสารเคมี ลดการเกิดเหงื่อและระงับกลิ่นกาย ทำให้รักแร้แห้งและรู้สึกสดชื่นขึ้น ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์ ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์นั้นมีมากมาย แต่ประโยชน์อีกข้อหนึ่ง คือ สามารถใช้ในการดูแลรักแร้ ระงับกลิ่นกาย ลดการเกิดเหงื่อ ช่วยรักษาระดับค่า Ph ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนและเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวใต้วงแขน หากคุณกังวลกับกลิ่นของแอปเปิ้ลไซเดอร์ สามารถใช้น้ำมันหอมระเหย เช่น ทีทรีออยล์ น้ำมันลาเวนเดอร์ และอื่น ๆ ที่คุณชื่นชอบ เพื่อลดกลิ่นของน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้ นอกจากนี้ น้ำมันหอมระเหย ยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นกาย ขั้นตอนในการทำสเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้นั้น ทำได้ดังนี้ ส่วนผสม น้ำดอกกุหลาบคั้นสด ๆ 1 ถ้วย น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันลาเวนเดอร์ (หรือน้ำมันหอมระเหยที่คุณชื่นชอบ) 1-2 หยด เพียงเทน้ำดอกกุหลาบและน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ลงในขวดสเปรย์ เขย่าให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมันหอมระเหย 1-2 หยดลงไป …

สเปรย์ดีท็อกซ์รักแร้จากแอปเปิ้ลไซเดอร์ Read More »

สครับ 6 สูตรสำหรับดูแลหนังศีรษะ

สครับ 6 สูตรสำหรับดูแลหนังศีรษะ

สครับ 6 สูตรสำหรับดูแลหนังศีรษะ เชื่อหรือไม่ว่าการทำสครับนั้น สามารถทำได้กับหนังศีรษะเช่นเดียวกับการสครับผิว เพราะสครับเป็นการดูแลหนังศีรษะวิธีหนึ่งที่ช่วยให้หนังศีรษะสุขภาพดี การทำสครับให้กับหนังศีรษะก็เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วรวมทั้งรังแค ทั้งยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเปิดรูขุมขนอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาสูตรสครับหนังศีรษะอยู่ เรามี 6 สูตรสำหรับสครับหนังศีรษะมาฝาก ดังนี้ สครับ 6 สูตรสำหรับดูแลหนังศีรษะ 1.สครับว่านห่างจระเข้ วิธีทำสครับว่านหางจระเข้ เจลว่านหางจระเข้ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี) 1 ช้อนโต๊ะ นำน้ำตาลและเจลว่านหางจระเข้ผสมให้เข้ากัน ใช้สครับตอนที่หนังศีรษะยังเปียกชื้น นวดเบา ๆ ให้ทั่วหนังศีรษะเป็นเวลา 10 – 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือสระผมตามปกติ วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ทำให้เส้นผมแข็งแรงดูมีวอลลุ่ม การดูแลหนังศีรษะด้วยสครับสูตรนี้จะช่วยทำให้หนังศีรษะที่เคยแห้งกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง 2.สครับชินน่าม่อน วิธีทำสครับชินน่าม่อน เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ผงชินน่าม่อน 1/4 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมทุกอย่างให้เข้ากันแล้วนำมานวดที่ศีรษะขณะที่ยังเปียกชื้น นวดวนไปมาให้ทั่วประมาณ 10 – 15 นาที …

สครับ 6 สูตรสำหรับดูแลหนังศีรษะ Read More »

แว่นกันแดดส่งผลต่อสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไร

แว่นกันแดดส่งผลต่อสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไร

แว่นกันแดดส่งผลต่อสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไร คนส่วนใหญ่มักคิดว่าแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังของคุณ แต่ในความจริงแล้วรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพดวงตาของคุณเช่นกัน จากการวิจัยของ US National Eye Institute ในปี 2014 ระบุว่ารังสี UV สามารถทำลายโปรตีนในดวงตาของคุณได้ และส่งผลให้ในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจกหรือลดประสิทธิภาพในการมองเห็นลง แว่นกันแดดส่งผลต่อสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไร การไม่สวมแว่นกันแดด จะทำให้แสงแดดทะลุผ่านเข้าไปที่ดวงตา ซึ่งโครงสร้างของดวงตามีความไวต่อแสงมาก ดร.รีเบคก้า เทย์เลอร์ จักษุแพทย์ จากแนชวิลล์ อธิบายว่าบริเวณด้านหลังของดวงตา ที่เรียกว่า เรตินา มีส่วนที่บอบบางที่เรียกว่า macula เมื่อแสงแดดผ่านทะลุเข้ามาที่ดวงตามันจะเสมือนการยิงแสงเลเซอร์เข้ามาที่ดวงตา และมีหลักฐานยืนยันว่า รังสียูวีเพิ่มความเสี่ยงให้กับดวงตาหรือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการตาบอดที่มีความสัมพันธ์กับอายุ นอกจากนี้ การตากแดดและการเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานยังเชื่อมโยงกับมะเร็งที่ดวงตาหรืออาการบาดเจ็บของดวงตาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการถูกแดดเผา ที่เรียกว่า photokeratitis หรืออาการตาบอดชั่วคราวได้ นอกจากการเผชิญกับแสงแดดโดยตรงจะมีผลต่อสุขภาพดวงตาแล้ว ยังพบอีกว่าการขับรถเสี่ยงต่อการเสื่อมประสิทธิภาพของดวงตาเช่นเดียวกัน เนื่องจากกระจกของรถยนต์สามารถสะท้อนแสงแดดเข้าสู่ดวงตาได้ ดังนั้น การใช้เวลาบนรถยนต์เป็นเวลานานอาจเป็นผลให้ดวงตาถูกทำลายจากแสงแดด ซึ่งการสะท้อนรังสียูวีจากกระจกรถยนต์เป็นผลให้ดวงตาได้รับปริมาณของรังสียูวีเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ดังนั้น การสวมแว่นกันแดดจึงสามารถป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้ หลักการเลือกแว่นกันแดดที่ดีที่สุด และเฉดสีของแว่นกันแดดไม่ใช่ส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันแสงแดด โดยดร.เทย์เลอร์ กล่าวว่า การเลือกแว่นกันแดดที่ดีที่สุดคือ การเลือกแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ 99 …

แว่นกันแดดส่งผลต่อสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไร Read More »

เราต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาจริงหรือ?

เราต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาจริงหรือ?

เราต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาจริงหรือ? เมื่อพูดถึงครีมบำรุงรอบดวงตาหลายคนอาจไม่ค่อยเห็นความสำคัญสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าการใช้ครีมบำรุงผิวทั่วไปก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งครีมบำรุงรอบดวงตามีราคาค่อนข้างแพงและมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับครีมบำรุงผิวหน้าทั่วไป จึงทำให้หลายคนเลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าเพียงอย่างเดียวเพื่อดูแลผิวรอบดวงตาควบคู่ไปกับการดูแลผิวหน้า สาเหตุที่ทำไมเราจึงต้องบำรุงผิวรอบดวงตา ก็เพราะว่าผิวบริเวณรอบดวงตามีลักษณะบอบบางและไวต่อการถูกทำลาย เช่น การเช็ดล้างเครื่องสำอาง การขยี้ตา การจ้องหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวเกิดรอยหมองคล้ำ บวม เมื่อมีอาการลักษณะเช่นนี้แสดงว่าผิวบริเวณรอบดวงตาต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมาช่วยในการดูแลฟื้นฟู แต่เนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบอบบาง จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม หรือครีมที่มีส่วนผสมที่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ง่าย เพราะฉะนั้น ก่อนซื้อควรทำการทดสอบทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่แพ้ครีมบำรุงรอบดวงตา อย่างไรก็ตาม อายครีม ไม่สามารถช่วยลดรอยใต้ตาและอาการบวมบางชนิดได้ เพราะอาการบวมบริเวณรอบดวงตาบางครั้งมาจากอาการป่วยของโรคบางชนิด และบางส่วนมาจากพันธุ์กรรม ด้วยเหตุนี้ จึงควรใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาอยู่เสมอ หากคุณไม่มีปัญหาผิวรอบดวงตามากนัก ให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดบางเบาที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เช่น เซรั่มบำรุงรอบดวงตา ครีมหรือมาสก์ชนิดพิเศษที่มีส่วนผสมของสารคาเฟอีน ซึ่งจะช่วยลดรอยหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตาได้ดี เราต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาจริงหรือ? แต่ถ้ามีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ให้เลือกครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของเรตินอลไนอาซินาไมด์หรือวิตามินซี จะช่วยป้องกันและลดเรือนริ้วรอยและทำให้ผิวกระจ่างใสอีกด้วย ดังนั้น ให้มองหาครีมบำรุงผิวรอบดวงตาที่มีเนื้อบางเบาและซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย และอย่าซื้อครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีกลิ่นหอมหรือมีส่วนผสมของน้ำหอม เพราะจะเสี่ยงต่อการระคายเคือง เมื่อใช้ครีมให้ค่อย ๆ แตะเนื้อครีมเบา ๆ บริเวณรอบดวงตาเสมอ ไม่นวดวนไปมา เพราะจะทำให้ผิวรอบดวงตาช้ำได้ หากต้องการการดูแลแบบเห็นผลอย่างรวดเร็วแนะนำให้เลือกครีมชนิดที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิกไนอาซินาไมด์และคาเฟอีนจะช่วยให้การบำรุงเห็นผลเร็วขึ้น นอกจากนี้ การเก็บอายครีมไว้ในตู้เย็นยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ผิวรอบดวงตาเมื่อนำมาใช้ …

เราต้องการครีมบำรุงรอบดวงตาจริงหรือ? Read More »

วิธีการอบไอน้ำด้วยตนเองที่บ้าน

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ อบไอน้ำเป็นการดูเส้นผมและหนังศีรษะวิธีหนึ่ง การอบไอน้ำเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทำให้เส้นผมสุขภาพดี เพราะการอบไอน้ำเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกและทำความสะอาดรูขุมขน ที่สำคัญคือ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดรังแค นอกจากนี้ความร้อนจากการไอน้ำจะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีอีกด้วย การอบไอน้ำไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด และสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงใช้หมวกอบไอน้ำหรือผ้าขนหนู วิธีการอบไอน้ำด้วยตนเองที่บ้าน อบไอน้ำโดยใช้หมวกอบไอน้ำ สระผมให้สะอาด ชโลมผมด้วยครีมนวดหรือครีมหมักผมจากโคนจรดปลาย หากต้องการความเป็นธรรมชาติสามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ชโลมให้ทั่วเส้นผมได้เช่นกัน ใช้หมวกอบไอน้ำคลุมผม ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที จึ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ปัญหาเส้นผมเปราะบางขาดง่ายก็จะลดลง อบไอน้ำโดยใช้ผ้าขนหนู สระผมให้สะอาด ชโลมด้วยครีมหมักหรือครีมนวดผม นำผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาด ๆ เข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาทีหรือจนกว่าผ้าจะร้อน นำผ้าออกจากไมโครเวฟแล้วมาพันรอบศีรษะคลุมด้วยหมวกอาบน้ำหรือถุงพลาสติกเพื่อป้องกันไม่ให้ไอน้ำระเหย อบทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย อบไอน้ำโดยใช้น้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ การใช้น้ำมันร้อนร่วมกับการอบไอน้ำ ยังเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ผสมน้ำมันร้อนกับน้ำมันหอมระเหย 2 – 3 หยด ชโลมให้ทั่วเส้นผม นวดหนังศีรษะเบา …

เยียวยาเส้นผมและหนังศีรษะด้วยการอบไอน้ำ Read More »

มาส์กหน้าอย่างไรให้ได้ผลและถูกวิธี

มาส์กหน้าอย่างไรให้ได้ผลและถูกวิธี

มาส์กหน้าอย่างไรให้ได้ผลและถูกวิธี มาส์กหน้าเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลผิวหน้า และเป็นการดูแลปรนนิบัติผิวหน้าที่ทำได้ง่าย เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สำหรับมาส์กหน้าจำหน่ายอยู่มากมายตามท้องตลาด นอกจากนี้คุณยังสามารถทำมาส์กขึ้นใช้เองที่บ้านของคุณอีกด้วย การมาส์กหน้าอาจต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าผิวของคุณจะกลับมาสวยเปล่งประกายอีกครั้ง และผลลัพธ์ที่ดีก็ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และวิธีการมาส์กที่ถูกต้องด้วย การมาส์กหน้าที่ถูกวิธี ขั้นแรกทำความสะอาดผิวหน้าก่อนทำการมาส์กทุกครั้ง เพื่อให้มาส์กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรอบไอน้ำให้กับผิวหน้าอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนและทำให้วิตามินและสารบำรุงผิวซึบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว หากไม่อบไอน้ำอาจเปลี่ยนมาสครับแทน เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และเพื่อให้ส่วนผสมในมาส์กดูดซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดี จากนั้นเช็ดด้วยโทนเนอร์ ควรมาส์กหน้าทิ้งไว้ 10 – 15 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสม เนื่องจากมาส์กบางชนิดอาจต้องล้างออกทันทีหลังจากทำการมาส์ก 5 นาที ขณะที่บางสูตรแนะนำให้มาส์กทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ดังนั้น หากคุณซื้อมาส์กสำเร็จรูปอย่าลืมศึกษารายละเอียดบริเวณฉลากของผลิตภัณฑ์ก่อนทำการมาส์กหน้าทุกครั้ง เพื่อให้การใช้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ การล้างทำความสะอาดมาส์ก หากเป็นชนิดดินหรือโคลน ให้ใช้น้ำเปล่าพรมมาส์กให้เปียกแล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดออก สำหรับกรณีที่เป็นเจลหรือครีม คุณสามารถล้างออกด้วยน้ำสะอาดและซับให้แห้งได้ หลังมาส์กหน้าทุกครั้งสิ่งสำคัญคือ การใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าหรือสเปรย์น้ำแร่ทันทีหลังจากล้างออก และอย่าลืมใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์นวดเบา ๆ เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ประเภทของมาส์กที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด มีดังนี้คือ Overnight Masking หรือมาส์กชนิดที่ใช้มาส์กทิ้งไว้ข้ามคืน เหมาะสำหรับการทำทรีทเมนต์และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ปกติจะมีลักษณะเป็นเนื้อเจลและมีความเด้งและเรียบเนียน วิธีมาส์ก คือ ทามาส์กบาง ๆ …

มาส์กหน้าอย่างไรให้ได้ผลและถูกวิธี Read More »

ฝ้าและรอยดำระหว่างตั้งครรภ์ดูแลรักษาอย่างไรให้ได้ผล

ฝ้าและรอยดำระหว่างตั้งครรภ์ดูแลรักษาอย่างไรให้ได้ผล

ฝ้าและรอยดำระหว่างตั้งครรภ์ดูแลรักษาอย่างไรให้ได้ผล ช่วงเวลาตั้งครรภ์ทำให้คุณแม่หลายคนต้องเผชิญกับภาวะฮอร์โมนแปรปรวนที่ส่งผลให้เกิดอาการหงุดหงิด และในหญิงตั้งครรภ์บางคนพบปัญหาฝ้าและรอยดำในช่วงนี้ด้วย ฝ้าแตกต่างจากรอยดำ เพราะฝ้ามีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลฝังลึกลงไปยังชั้นผิวหนังทำให้รักษาได้ยาก สาเหตุหลักของการเกิดฝ้ามาจากรังสี UV และปัจจัยอื่น ๆ เช่น ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน และประวัติครอบครัว เป็นต้น ขณะที่รอยดำ หมายถึง สภาพผิวที่มีการเปลี่ยนสีที่เกิดบนผิวหนัง ไม่ได้ฝังลึกลงไปยังชั้นผิวหนังเหมือนฝ้า รอยดำเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น สิวหรือฝี รอยที่เกิดจากแสงแดด กลาก หรือโรคสะเก็ดเงิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นปัจจัยใดเพียงปัจจัยหนึ่งร่วมกับการได้รับรังสียูวีจึงกระตุ้นทำให้เกิดฝ้าได้ง่าย ดังนั้น เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิวควรรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง สาเหตุของฝ้าช่วงตั้งครรภ์พบบ่อยที่สุดมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น  โปรเจสเตอโรน เอสโตรเจน และเมลาโนคอร์ติน จึงทำให้เกิดฝ้า หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานมีความเสี่ยงต่อการเกิดฝ้า เช่นเดียวกับหญิงที่ป่วยด้วยภาวะไทรอยด์ เบื้องต้นในการดูแลรักษาฝ้าและรอยดำ แพทย์จะวินิจฉัยด้วยตาเปล่า และทำการทดสอบด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อแยกแยะปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ฝ้า เมื่อทำการวินิจฉัยแล้วแพทย์จะทำการตรวจ Wood’s Lamp โดยทดสอบว่าผิวของคุณได้รับเชื้อราหรือแบคทีเรียหรือไม่ ด้วยการใช้แสงบางชนิดทดสอบกับผิวหนัง การทำเช่นนี้จะช่วยระบุจำนวนชั้นของผิวที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดฝ้า การรักษาฝ้าและรอยดำระหว่างตั้งครรภ์ ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน บางคนพบว่าฝ้าหายไปเองหลังการคลอดบุตร แต่ถ้าไม่หายนั้นแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยา เช่น ไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นยาที่นิยมใช้รักษาฝ้า ที่มีทั้งแบบเจลและเนื้อครีม …

ฝ้าและรอยดำระหว่างตั้งครรภ์ดูแลรักษาอย่างไรให้ได้ผล Read More »

อโลเวร่าบัตเตอร์

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์ ผิวแห้ง ผิวแตกลายเป็นปัญหาที่พบมากในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก หญิงตั้งครรภ์ และคนที่มีปัญหาผิวแห้ง เป็นต้น โดยผิวแห้งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้น พันธุกรรม ฮอร์โมน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ผิวแตกลายของผิวมีสาเหตุมาจากผิวหนังชั้นกลางมีการยืดขยายมากจนเกินไป หากผิวของคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลอย่างถูกต้อง ซึ่งปกติการดูแลปัญหาผิวแห้งและแตกลายส่วนใหญ่จะใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ในการบำรุงและฟื้นฟู ดังนั้น จึงขอแนะนำวิธีทำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่างอโลเวร่าบัตเตอร์ (Aloe Vera Butter) มาฝากกัน อโลเวร่าบัตเตอร์ (Aloe Vera Butter) อุดมไปด้วยกรดไขมันและวิตามินที่ดีต่อผิว และมีประโยชน์ในการรักษาปัญหาผิวแห้ง รอยผิวแตกลาย เซลล์ลูไลท์ และปกป้องผิวสวยให้กระจ่างใส อโลเวร่าบัตเตอร์ประกอบด้วย ว่านหางจระเข้ ซึ่งมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ป้องกันผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกระชับ บรรเทาและรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง เช่น สิว หรือแผลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวให้ผิวดูสุขภาพดี เชียบัตเตอร์ อุดมไปด้วยกรดไขมัน และวิตามิน A, D, E และ F ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำให้ผิวเปล่งประกายสุขภาพดี และปกป้องผิวจากรังสี UV อีกด้วย เชียบัตเตอร์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้นจะช่วยลดรอยผิวแตกลาย เซลล์ลูไลท์ …

บอกลาปัญหาผิวแห้งและผิวแตกลายด้วยอโลเวร่าบัตเตอร์ Read More »

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save